เสิ่นมู่ไป๋ได้ยินเสียงพูดก็ขมวดคิ้ว น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยดีนัก “คุณมีธุระอะไรกับผม?”
ท่านผู้เฒ่าฟู่ถามว่า “มู่ไป๋ ฉันอยากถามหน่อย เนี่ยนเนี่ยนมีพี่น้องผู้หญิงอีกไหม”
พอได้ยินเช่นนั้น เสิ่นมู่ไป๋ก็หัวเราะอย่างขุ่นเคือง “ผมว่าแล้วเชียว ท่านผู้เฒ่าฟู่ ท่านผู้บัญชาการใหญ่ฟู่ เนี่ยนเนี่ยนมีพี่น้องหรือเปล่า ตระกูลฟู่ของพวกคุณจะไม่รู้ได้ยังไง?”
เขายังพูดอีกว่า “ท่านผู้บัญชาการใหญ่ฟู่ คุณรู้ไหมว่าชาตินี้ผมเสียใจเรื่องอะไรมากที่สุด? ก็เรื่องที่ยอมรับปากพ่อ ยกน้องสาวให้แต่งกับลูกชายสารเลวของคุณนั่นแหละ!” พูดจบก็วางสายทันที
ท่านผู้เฒ่าฟู่ได้ยินเสียงสัญญาณสายไม่ว่างดังตู๊ด ๆ จากปลายสาย จึงค่อย ๆ วางหูโทรศัพท์ลง
เขากับพ่อของเสิ่นเนี่ยนเคยเป็นสหายร่วมรบในขบวนการปฏิวัติ ทั้งยังสนิทสนมกันถึงขั้นฝากชีวิตไว้แก่กันได้ แต่กลับต้องมาแตกหักเพราะลูกชายอกตัญญูคนนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เสิ่นเนี่ยนจากไป ตระกูลเสิ่นก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลฟู่ทุกอย่าง เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของเขาก็เจ็บปวดขึ้นมา เขาทำผิดต่อคนตระกูลเสิ่น ทำผิดต่อคำฝากฝังครั้งสุดท้ายของสหายเก่า
ในห้องมืดสลัวแห่งหนึ่ง ลูกปัดสีเลือดเม็ดหนึ่งพลันกระดิกไหว
ไม่นานก็ถึงวันรุ่งขึ้น ท่านผู้เฒ่าฟู่จัดรถแต่เช้าตรู่ ส่งผู้หญิงที่ชื่อเนี่ยนเนี่ยนไปโรงพยาบาลเขตทหาร
ระหว่างนั้น ฟู่ชิงหลีก็คอยอยู่เป็นเพื่อนผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลาที่เข้ารับการตรวจ
