เสือ: “อ๊าก เจ้าสองขาที่น่ากลัวเอ๊ย ถึงกับไม่ยอมให้ร้องไห้ด้วย!”
จากนั้นมันก็หันหลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก มันไม่อยากเจอเจ้าสองขาอีกแล้ว ส่วนสัตว์ตัวอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็หันหลังวิ่งเข้าไปในป่าลึกเช่นกัน
ฟู่ชิงหลีมองสัตว์ที่วิ่งหนีไปไกล แล้วหันมามองลู่อี้ชวน คราวนี้เธอเชื่อจริง ๆ แล้วว่าครั้งก่อนลู่อี้ชวนโดนผายลมใส่ กลิ่นเหม็นที่ลอยมาจากไกลขนาดนั้น เธอยังสัมผัสได้ถึงฤทธิ์เดชของมัน
ส่วนหวงเม่ยเอ๋อร์ที่หนีไป ในที่สุดก็ฟื้นพลังได้ มันซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ พลางมองบาดแผลบนร่างกาย นังสารเลวเอ๊ย มันไม่ปล่อยพวกนั้นไว้แน่ ต้องติดต่อบรรพบุรุษให้มาฆ่าพวกมันให้หมด
ฟู่อ้ายกั๋วที่วิ่งลงจากเขา พอนึกถึงฟู่ชิงเหยาที่กลายเป็นคางคกก็อดตัวสั่นไปทั้งร่างไม่ได้
จากนั้นเขาก็บีบจุดกลางเหนือริมฝีปากของเจียงเหมยฮวาเพื่อปลุกเธอให้ฟื้น พอได้สติ เจียงเหมยฮวาก็มีสีหน้าเหม่อลอย
เป็นไปได้ยังไง ลูกสาวของเธอกลายเป็นคางคกได้ยังไง แถม...แถมเธอยังเหยียบจนเป็นแบบนั้น คิดดูแล้วคงไม่รอดแน่!
พอนึกถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลพราก ลูกสาวของเธอ ลูกสาวสุดที่รักถูกเธอเหยียบตายแล้ว
ฟู่อ้ายกั๋วมองท่าทางร้องห่มร้องไห้ของเธอแล้วตวาดว่า “ยังมีหน้ามาร้องไห้อีกหรือ รู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป เธอกับฉันไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบแน่”
เจียงเหมยฮวามองฟู่อ้ายกั๋วผ่านม่านน้ำตา “เหยาเหยา...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?”
ฟู่อ้ายกั๋วเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง
อีกอย่าง เรารีบกลับเมืองหลวงกันเถอะ ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้แต่คำเดียว
