รุ่งเช้าวันต่อมา รถของเจียงตั๋วก็จอดอยู่ใต้ตึกของบ้านตระกูลเสินแล้ว
เสินเซี่ยวหมิงกับภรรยาเดินลงมาส่งเสินฉือ ทั้งสองถือกล่องของขวัญออกมา ส่วนเจียงตั๋วนั้นยืนพิงรถรออยู่ก่อนแล้ว
หมอกยามเช้ายังไม่ทันจาง เขาสวมเสื้อเชิ้ตลำลอง ไม่ได้ผูกเนกไท ปลดกระดุมคอไว้หนึ่งเม็ด ท่าทางดูสบาย ๆ กว่าเมื่อวานที่นั่งหลังตรงเคร่งขรึม ลดความเกร็งขรึมลงไป แต่เพิ่มความอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเข้ามาแทน
พอเห็นเสินฉือกับคนอื่น ๆ ออกมา เขาก็รีบเดินเข้าไปรับของในมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ
กล่องของขวัญมีหลายกล่อง บางส่วนเป็นของที่เสินฉือเตรียมเอง ส่วนที่เหลือเป็นของที่เสินเซี่ยวหมิงกับหลินรั่วจิ้นเตรียมไว้ให้เธอ มารยาทครบถ้วนสมบูรณ์แบบจนหาข้อตำหนิไม่ได้เลย
อย่างไรเสีย วันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอไปเยี่ยมบ้านฝ่ายชายอย่างเป็นทางการ จะเสียมารยาทไม่ได้เด็ดขาด
เจียงตั๋วก้มตัววางกล่องของขวัญเหล่านั้นลงในท้ายรถทีละกล่องอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล
เมื่อปิดท้ายรถแล้ว เขาก็หันมามองเสินฉือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนยื่นมือให้เธอ “ไปกันเถอะ”
เสินฉือไม่ได้ขยับในทันที
เธอหันกลับไปมอง
เสินเซี่ยวหมิงยืนอยู่ตรงนั้น แสงยามเช้าสาดมาจากด้านหลัง อาบไล้ร่างของเขาให้ดูอ่อนโยน
เขาประสานมือไว้ด้านหลัง พอเห็นลูกสาวมองมา ก็พยักหน้าเบา ๆ แววตาสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความรัก
“โยวโยว ไปเถอะ” น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แต่กลับทำให้รู้สึกอุ่นใจ “ไม่ต้องตื่นเต้น เป็นตัวเองก็พอ”
จู่ ๆ เสินฉือก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา
