“ได้เลย!”
หวังเสี่ยวหู่รับคำ ก่อนจะเดินนำไปอย่างกระตือรือร้น ปากก็พึมพำไม่หยุด
“หัวหน้าครับ ท่าเมื่อกี้เรียกว่าอะไรครับ? สอนผมได้ไหม เท่สุด ๆ ไปเลย!”
เฉินเสวียนเหลือบมองเขา
“ลดพุงเบียร์ของนายลงก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
หวังเสี่ยวหู่หัวเราะแหะ ๆ พลางเกาหัวอย่างเขินอาย
ภายในห้องทำงานของหน่วยรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสิบกว่าคนนั่งกันเป็นกลุ่ม ๆ ทุกคนได้ยินข่าวแล้ว พอเห็นเฉินเสวียนเดินเข้ามา ปฏิกิริยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
บางคนรีบลุกขึ้นทักทาย บางคนยังนั่งมองสถานการณ์อยู่กับที่ ส่วนอีกสองสามคนที่ปกติคอยติดตามจางต้าเหย่ง สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
เฉินเสวียนกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ฉันชื่อเฉินเสวียน ต่อไปจะเป็นหัวหน้าคนใหม่ของพวกคุณ ทุกคนก็ทำงานของตัวเองไป ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ ต่างพากันพยักหน้า
เหลียงแอนนี่อยู่ข้างเฉินเสวียนมาตลอด คราวนี้เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “เฉินเสวียน ดูเสร็จแล้วก็ไปจัดการเอกสารเข้าทำงานใหม่กับฉัน”
เฉินเสวียนเดินตามเหลียงแอนนี่ออกจากห้องทำงาน ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามระเบียง
เหลียงแอนนี่ลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็อดถามไม่ได้
“เฉินเสวียน คุณกับคุณไป๋เป็นอะไรกันแน่?”
เฉินเสวียนหันมามองเธอ ริมฝีปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ลองเดาสิ”
เหลียงแอนนี่ทำหน้าเย็นชา “ไม่พูดก็ช่างเถอะ”
เฉินเสวียนเดินตามหลังเธอ มองเรียวขาในถุงน่องสีดำใต้กระโปรงรัดรูป แล้วคิดในใจว่าบริษัทนี้ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง
อย่างน้อยก็มีสาวสวยเยอะ มองแล้วเพลินตาดี!
……
อีกด้านหนึ่ง รถโฟล์คสวาเกนสีดำที่ดูธรรมดาคันหนึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถใต้ดินของอาคารเทียนหยวน
ซูรั่วอวิ๋นลงจากรถ เธอสวมชุดลำลองเรียบง่าย ผมสั้น ดูเผิน ๆ ก็เหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไป
ใครจะคิดว่าเธอเป็นรองหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีอาญาแห่งเจียงเฉิง และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไป๋ชิงเซียวไว้ใจ
ซูรั่วอวิ๋นนั่งลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนสุด พอผลักประตูห้องทำงานเข้าไป สีหน้าสบาย ๆ ของเธอก็หายไปทันที
“ชิงเซียว เกิดอะไรขึ้น? แอนนี่พูดจาอึกอักทางโทรศัพท์ บอกแค่ว่าเธอเกือบเกิดเรื่อง”
ไป๋ชิงเซียวนั่งอยู่ตรงมุมห้อง เมื่อเห็นซูรั่วอวิ๋นมาถึง เธอก็ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เมื่อเช้า มีมือปืนใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงฉันจากตึกฝั่งตรงข้าม”
“อะไรนะ?”
ซูรั่วอวิ๋นเบิกตากว้าง รีบพุ่งเข้าไปหาไป๋ชิงเซียวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นห่วง “บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ไป๋ชิงเซียวส่ายหน้าเบา ๆ “ฉันไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?”
ซูรั่วอวิ๋นยังคงเป็นห่วง เธอตรวจดูไป๋ชิงเซียวตั้งแต่หัวจรดเท้า พอแน่ใจว่าไม่มีบาดแผลจึงค่อยโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นซูรั่วอวิ๋นก็แสดงความเป็นมืออาชีพ เริ่มตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
“มีใครแตะต้องที่เกิดเหตุหรือยัง?”
“ไม่มี กระสุนยังฝังอยู่ในกำแพง”
ซูรั่วอวิ๋นสวมถุงมือ ตรวจดูรูทะลุของกระสุน แล้วเดินไปที่หน้าต่างเพื่อสังเกตอย่างละเอียด
“จุดยิงน่าจะอยู่บริเวณชั้นกลางถึงชั้นบนของตึกฝั่งตรงข้าม มุมยิงค่อนข้างแยบยล เส้นทางหลบหนีก็น่าจะถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว” เธอหันมาจ้องไป๋ชิงเซียว “นี่ไม่ใช่การลงมือชั่ววูบ มีคนวางแผนเตรียมการมานานแล้ว เพื่อเอาชีวิตเธอ”
ไป๋ชิงเซียวกล่าวเสียงเย็นชา “เมื่อคืนจ้าวหมิงหย่วนวางยา วันนี้ก็มีมือปืนซุ่มยิง รั่วอวิ๋น เธอคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญไหม?”
“อะไรนะ? จ้าวหมิงหย่วนวางยาเธอ?”
ซูรั่วอวิ๋นยืดตัวตรงทันที เสียงสูงขึ้นหลายระดับ
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเมื่อคืนเธอไม่บอกฉัน?”
“บอกเธอแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ไม่มีหลักฐาน ตระกูลจ้าวก็ล้างมือตัวเองได้อยู่ดี”
“เพราะอย่างนั้นเธอถึงแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเหรอ?” ซูรั่วอวิ๋นกัดฟันด้วยความโมโห “ไป๋ชิงเซียว เธอคิดว่าตัวเองหนังเหนียวเป็นพิเศษหรือไง?”
ไป๋ชิงเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “เมื่อคืนมีคนช่วยฉัน วันนี้ก็เป็นเขาเหมือนกัน”
“ใคร?”
“เฉินเสวียน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนใหม่”
ไป๋ชิงเซียวเล่าเรื่องให้ซูรั่วอวิ๋นฟังคร่าว ๆ แน่นอนว่าเธอละเรื่องเร่าร้อนในโรงแรมเมื่อคืนไป
ซูรั่วอวิ๋นฟังจบ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งจะรู้ตัวก่อนว่ามีมือปืนซุ่มยิงได้เหรอ?”
“ปฏิกิริยาของเขาไวมาก เขาผลักฉันล้มลงกับพื้นก่อน กระสุนถึงพุ่งผ่านมาทีหลัง”
“เธอตรวจสอบประวัติเขาหรือยัง?”
“ประวัติขาวสะอาด เขาโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็ก หลังเรียนจบมัธยมปลายก็ไปเป็นทหาร เพิ่งปลดประจำการกลับมาเจียงเฉิงเมื่อไม่นานนี้”
“ยิ่งประวัติสะอาดก็ยิ่งควรตรวจสอบ” ซูรั่วอวิ๋นมองเธอ “เมื่อคืนเขาเพิ่งช่วยเธอ วันนี้ก็เข้าทำงานพอดี แถมยังรู้ตัวว่ามีมือปืนซุ่มยิงอีก”
“ชิงเซียว เรื่องบังเอิญแบบนี้น่าสงสัยยิ่งกว่าจ้าวหมิงหย่วนเสียอีก”
ไป๋ชิงเซียวเม้มริมฝีปาก “แต่ถ้าไม่มีเขา ตอนนี้ฉันคงตายไปแล้ว”
ซูรั่วอวิ๋นฟังออกว่าเธอกำลังปกป้องอีกฝ่าย แววตาจึงฉายแววพิจารณามากขึ้น
“ดูเหมือนเธอจะไว้ใจเฉินเสวียนคนนี้มากนะ?”
“ฉันเชื่อแค่ข้อเท็จจริง” ไป๋ชิงเซียวกล่าว “รั่วอวิ๋น เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปไม่ได้ ฉันอยากขอให้เธอช่วยสืบอย่างลับ ๆ”
“ได้ ฉันจะตรวจสอบทั้งมือปืน ตระกูลจ้าว แล้วก็เฉินเสวียนคนนั้นด้วย” ซูรั่วอวิ๋นรับปาก
ซูรั่วอวิ๋นหยิบเครื่องมือออกมา ค่อย ๆ แกะหัวกระสุนออกจากกำแพง ทันใดนั้นมือของเธอก็ชะงัก
บนกระสุนมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก ๆ สลักไว้อย่างเด่นชัด นั่นคือ X
“สลักตัวอักษรไว้บนกระสุนด้วยเหรอ? มือปืนคนนี้อวดดีจริง ๆ”
ซูรั่วอวิ๋นมีสีหน้าเย็นชา ราวกับถูกท้าทาย เธอถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุไว้
“ปิดกั้นที่เกิดเหตุไว้ก่อน อย่าเพิ่งเปลี่ยนกระจก ฉันจะสืบอย่างลับ ๆ ตอนนี้ยังไม่ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ”
ไป๋ชิงเซียวกล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้ง “ขอบคุณนะ”
“ระวังตัวด้วย มีเรื่องอะไรก็ติดต่อฉันได้ทุกเมื่อ!”
ซูรั่วอวิ๋นพูดจบก็จากไป
เวลานี้ โทรศัพท์มือถือของไป๋ชิงเซียวก็ดังขึ้น
ไป๋ชิงเซียวมองหน้าจอ เห็นว่าเป็นพ่อบ้านโจวจากบ้านเก่าตระกูลไป๋ จึงกดรับสาย
“คุณหนู คืนนี้มีงานเลี้ยงธุรกิจที่โรงแรมเจียงวานอินเตอร์เนชันแนล บุคคลสำคัญในเจียงเฉิงจะไปร่วมงานกันหมด” เสียงของพ่อบ้านโจวเบาลง “ผมให้คนไปสืบข่าวมา ได้ยินว่าคืนนี้หมอเทวดาเซวียเป่ยเสวียนอาจจะปรากฏตัว”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของไป๋ชิงเซียวก็เคร่งขรึมขึ้น
คุณปู่หมดสติจากอาการเลือดออกในสมองมาจนถึงตอนนี้ เธอลอบตามหาหมอมีชื่อทั้งในและต่างประเทศมารักษาท่าน แต่ก็ไม่เห็นอาการดีขึ้นเลย
เธอย่อมเคยได้ยินชื่อเซวียเป่ยเสวียนมาก่อน ว่ากันว่าคนผู้นี้มีวิชาแพทย์ดุจเทพ สามารถชุบชีวิตคนตายได้ เพียงแต่เดินทางไร้ร่องรอย แทบไม่ปรากฏตัว และไม่ยอมลงมือรักษาใครง่าย ๆ
“ข่าวเชื่อถือได้ไหม?”
“มั่นใจได้ราวแปดส่วน คุณหนู นี่อาจเป็นโอกาสช่วยนายท่าน”
ไป๋ชิงเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเช่นปกติ “ได้ ฉันจะไป”
หลังวางสาย ไป๋ชิงเซียวก็ส่งข้อความหาเหลียงแอนนี่
“แจ้งเฉินเสวียน คืนนี้ทำงานล่วงเวลา หนึ่งทุ่มที่โรงแรมเจียงวานอินเตอร์เนชันแนล ให้เขาไปงานเลี้ยงกับฉัน”
ตอนเหลียงแอนนี่ได้รับข้อความ เธอเพิ่งพาเฉินเสวียนไปจัดการเอกสารเข้าทำงานใหม่เสร็จ พอเห็นเงินเดือนในสัญญาระบุไว้เดือนละหนึ่งแสน เธอก็ตกตะลึง แถมยังยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยธรรมดาที่ไหนจะได้เงินเดือนเดือนละแสน? เว้นเสียแต่ว่าเขาจะเป็นอะไรกับคุณไป๋…
เหลียงแอนนี่เงยหน้ามองเฉินเสวียน สีหน้าค่อนข้างซับซ้อน
“เฉินเสวียน คุณไป๋แจ้งว่าคืนนี้คุณต้องทำงานล่วงเวลา”
เฉินเสวียนเลิกคิ้ว “ค่าล่วงเวลาคิดยังไง?”
เหลียงแอนนี่กลอกตาอย่างโมโห “เงินเดือนเดือนละแสนที่คุณไป๋ให้ยังไม่พออีกเหรอ?”
เฉินเสวียนยิ้มกว้าง “ก็ต้องดูว่าล่วงเวลาเรื่องอะไร”
เหลียงแอนนี่สูดหายใจลึก พยายามข่มใจไม่ให้ด่าออกมา ก่อนพูดว่า “หนึ่งทุ่มที่โรงแรมเจียงวานอินเตอร์เนชันแนล คุณไป๋จะไปร่วมงานเลี้ยงธุรกิจ คุณมีหน้าที่รับส่งและคุ้มกันเธออย่างใกล้ชิด”
เฉินเสวียนพยักหน้า “ก็ได้ เห็นแก่เงินแสน คืนนี้ฉันจะยอมเป็นองครักษ์พิทักษ์สาวงามสักครั้ง”
เหลียงแอนนี่มองท่าทางเหลาะแหละของเขา แล้วก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าคุณไป๋ถูกใจเขาตรงไหน
เธอส่ายหน้าแล้วหันหลังเดินจากไป
เฉินเสวียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดโทรไปยังหมายเลขนั้น
“นายท่าน มีคำสั่งอะไรครับ?”
“ตรวจสอบเส้นทางการเงินของตระกูลจ้าวในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบัญชีในต่างประเทศ”
“อีกอย่าง ตรวจสอบด้วยว่าองค์กรนักฆ่ากระจอกกลุ่มไหนชอบสลักตัวอักษร X ไว้บนกระสุน!”
“ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”
“นายท่าน จะให้ผมส่งคนไปจับตาดูทางตระกูลจ้าวไหมครับ?”
“ยังไม่ต้อง นายไปตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน เรื่องอื่นฉันจัดการเอง”
เฉินเสวียนวางสาย
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข้อมูลก็ถูกส่งมา
เฉินเสวียนอ่านจบแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ที่แท้ก็เป็นเจ้าตัวเล็กคนนั้นนี่เอง…”
“ส่วนตระกูลจ้าวนี่ก็ซ่อนตัวเก่งจริง ๆ”
เฉินเสวียนเก็บโทรศัพท์แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
“คืนนี้ที่โรงแรมเจียงวานอินเตอร์เนชันแนล คงครึกครื้นน่าดู”
