รออยู่อีกพักหนึ่ง เหล่าแกนนำของคอมมูนหงสิงก็นับจำนวนคนเสร็จ รถยนต์ถึงค่อย ๆ สตาร์ตเครื่อง มุ่งหน้าไปตามถนนลูกรังสู่คอมมูนหงสิง พร้อมพ่นฝุ่นฟุ้งตลบ
ถนนลูกรังในชนบทเดิมทีก็เดินทางลำบากอยู่แล้ว พอยางรถบดผ่านร่องหลุมบ่อที่มีอยู่เต็มถนน ก็ยิ่งสั่นสะเทือนหนักกว่าเดิม
เหล่าจื้อชิงที่อยู่เต็มกระบะท้ายต่างพากันนั่งยอง ๆ เบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ว่าง ทุกคนกลัวจะถูกแรงกระแทกเหวี่ยงตกลงไป หากตกลงไปคงได้แขนหักขาหักกันแน่
“โอ๊ย!”
“ขอโทษค่ะ ขอโทษ! จื้อชิงหลินฮ่าว คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
หลินเจียวเจียวไม่มีแม้แต่ที่ให้จับ พอรถสั่นสะเทือนก็โขกหน้าผากเข้ากับอกของหลินฮ่าวจนเป็นรอยแดงปื้นหนึ่ง
แต่เธอก็ยังอดทนต่อความเจ็บปวด เอ่ยขอโทษหลินฮ่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเล็กขาวผ่องยังคิดจะช่วยลูบให้เขา แต่เพิ่งยื่นออกไปก็ชักกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกฟ้าผ่า ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
‘อ๊ะ! ฉันทำแบบนี้ได้ยังไง จื้อชิงหลินฮ่าวคงเข้าใจผิดแน่เลย!’
หลินเจียวเจียวไม่กล้ามองสีหน้าของหลินฮ่าว จึงแสร้งทำเป็นเจ็บแล้วกุมหน้าผากไว้ พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่น
“ไม่เป็นไร ผมไม่ถึงกับชนแค่นี้แล้วแตกเป็นเสี่ยงหรอก!”
“……”
ผู้ชายคนนี้พูดเป็นหรือเปล่า หัวฉันแข็งขนาดนั้นเลยหรือไง!
ฉู่หานเหยียนเหลือบมองไปทางหลินฮ่าว รู้สึกดูแคลนท่าทีของหลินเจียวเจียว วิธีนี้หยาบเกินไป ถึงเธอจะไม่ชอบใช้วิธีแบบนี้ก็ตาม
“อ๊ะ!”
คราวนี้รถสั่นสะเทือนหนักกว่าเดิมจนเหวี่ยงหลินเจียวเจียวเข้าไปในอ้อมแขนของหลินฮ่าว เธอถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปทั้งตัว
สาวน้อยตัวนุ่มนิ่มเบียดแนบอกหลินฮ่าว จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงเป็นเรื่องโกหก ยังดีที่นั่งยอง ๆ อยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้ขายหน้าครั้งใหญ่แน่
