ติ๊ก~
ติ๊ก~
หลี่เฟิงเดินเข้าไปในป่าข้าง ๆ เสียงฝนที่ตกลงมารอบด้าน และเสียงหยดน้ำที่ตกลงจากใบไม้ดังถี่กระชั้น
เขาไม่ได้ไปป่าฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ
ด้านซ้ายและขวาของถ้ำก็มีป่าดึกดำบรรพ์เช่นกัน
แต่ป่าแถบนี้มีน้อยกว่า เพราะมียอดเขามากมายและเนินเขาเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่ว
เนินเตี้ยนับไม่ถ้วน ราวกับทัศนียภาพกุ้ยหลินปรากฏขึ้นในป่าดึกดำบรรพ์
หลังจากฝนตกครู่หนึ่ง ท้องฟ้าก็เหมือนถูกชำระล้างจนสะอาด
เนินเขาและต้นไม้เหล่านี้ ประหนึ่งฝีมือเทพเจ้า งดงามราวภาพวาด
หลี่เฟิงตัวเปียกโชก พอเข้าป่า ก็มีลมหนาวพัดโชยมา
“ให้ตายสิ หนาวชะมัด หนาวจนข้าสั่นเลย”
แม้ร่างกายกำยำแข็งแกร่ง ฝึกวิทยายุทธ์มา แต่ท่ามกลางลมฝนเขาก็ยังรู้สึกหนาวมาก
ใกล้จะมืดแล้ว
แสงสว่างในป่าทึบยิ่งหรี่ลงเรื่อย ๆ
หลี่เฟิงหาสมุนไพรแก้ไข้สูงได้แล้ว จึงเตรียมเก็บสมุนไพรกลับไป
ในป่าดึกดำบรรพ์ไม่เคยขาดแคลนสมุนไพร
เพียงรู้จักจำแนก ก็พบเห็นได้แทบทุกหนแห่ง
พืชพรรณส่วนใหญ่ล้วนมีสรรพคุณทางยา
เพียงแต่คนทั่วไปไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ
เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนร่วมชาติสาวสวย ทั้งสามคนของหลี่เฟิงลำบากมาก
เขาฝ่าสายฝนหนาวเหน็บมาเก็บสมุนไพรในป่า ก็ต้องทุกข์ทนไม่น้อย
หวังว่าพอเพื่อนสาวฟื้นขึ้นมาแล้ว จะไม่ใช่ไป๋เจียวเม่ยคนที่สอง
มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นช่วยคนอกตัญญูอีกคน
ซ่าซ่า~
ทันทีที่หลี่เฟิงหันหลังกลับเตรียมเข้าถ้ำ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง
ในพงหญ้าบางแห่งเหมือนมีอะไรบางอย่าง
พงหญ้านั้นส่งเสียงซ่าซ่าออกมา
“อะไรน่ะ!”
