บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉียวอวี่ เมืองเซินไห่
เถียนเฉียวหมิงยัดขนมปังชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างฝืนใจ เคี้ยวตุ้ย ๆ พลางกรอกน้ำตามลงไป เขามองภรรยาที่หลับสนิทอยู่บนโซฟา ก่อนลุกขึ้นเดินไปทางประตูโรงงาน
ขนมปังไม่กี่ชิ้นนี้คือมื้อเย็นของเถียนเฉียวหมิง เขากินแบบนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินปรับปรุงอาหารการกิน แต่เพราะไม่มีเวลาเสียไปกับการกินข้าวต่างหาก
เดิมทีเถียนเฉียวหมิงเป็นช่างเทคนิคในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทุนต่างชาติแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาออกมาเปิดบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉียวอวี่ของตัวเอง ลงทุนไปแล้วกว่าหนึ่งแสนหยวน ความกดดันจึงถาโถมเข้าใส่อย่างหนัก
ซ่งเสี่ยวอวี่ ภรรยาของเถียนเฉียวหมิง ก็เคยเป็นพนักงานฝ่ายขายของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ทุนต่างชาติแห่งนั้น เธอมีลูกค้าอยู่ในมือมากมาย นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งคู่กล้าออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
ที่เถียนเฉียวหมิงกินแต่ขนมปัง ไม่ใช่เพราะซ่งเสี่ยวอวี่ดูแลเขาไม่ดี
ซ่งเสี่ยวอวี่เหนื่อยยิ่งกว่าเถียนเฉียวหมิงเสียอีก แทบทุกวันเธอต้องไปดื่มกับลูกค้า พอดื่มทีไรก็กลับมาในสภาพเมามาย แล้วอาเจียนจนแทบหมดแรง พออาเจียนจนเหนื่อยก็ไปหลับคาโซฟาในห้องทำงานของเถียนเฉียวหมิง
เถียนเฉียวหมิงสงสารเธอมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
พูดตามตรง บริษัทไม่ได้ขาดงาน ซ่งเสี่ยวอวี่มีความสามารถด้านการขายสูง ไม่ว่าจะเป็นออร์เดอร์ใหญ่แค่ไหนเธอก็หามาได้ ปัญหาอยู่ที่ฝั่งเถียนเฉียวหมิงผลิตไม่ทัน!
แม้เถียนเฉียวหมิงจะเป็นบุคลากรด้านเทคนิคคนสำคัญของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ทุนต่างชาติแห่งเดิม แต่เมื่อต้องรับมือกับข้อเรียกร้องสารพัดที่ลูกค้าคิดขึ้นมาไม่หยุด เขาก็จนปัญญาเหมือนกัน
เพราะเป็นบริษัทเล็ก จึงจ่ายค่าตอบแทนสูง ๆ ไม่ไหว เถียนเฉียวหมิงเลยหาคนเก่งด้านเทคนิคมาร่วมงานได้ยาก ต่อให้มีคนยอมมาทำงาน ฝีมือก็ยังห่างชั้นอยู่มาก งานวิจัยและออกแบบทั้งหมดจึงแทบตกอยู่บนบ่าของเถียนเฉียวหมิงคนเดียว
