วันที่ 2 อันเสี่ยวไห่ยื่นคำร้องขอโทรศัพท์ ตอนสองทุ่มเขาก็มาปรากฏตัวที่ห้องเวรตรงเวลา
โทรศัพท์ดังเพียงครั้งเดียว พานจ้วงจ้วงก็รับสาย หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระกันสองสามประโยค อันเสี่ยวไห่ก็รัวตัวเลขยาวเหยียดใส่ปลายสาย จนเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาทีจึงวางหู
“ตัวเลขที่นายบอกเมื่อกี้หมายความว่ายังไง?” ตำรวจเวรเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง
“เลขลอตเตอรี่ครับ”
“เลขลอตเตอรี่?” ตำรวจเวรรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่กลับนึกไม่ออกว่าผิดปกติตรงไหน เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะโบกมือไล่อันเสี่ยวไห่ไป
เลขสูงสุดของลอตเตอรี่มีแค่สามสิบกว่า จึงไม่มีทางใช้ถ่ายทอดข้อมูลที่อันเสี่ยวไห่ต้องการได้ครบ เขาจำเป็นต้องใช้วิธีเรียงตัวเลขแบบพิเศษ ทำให้จำนวนตัวเลขเพิ่มขึ้นมาก
จำนวนตัวเลขที่มากมายขนาดนี้ไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ตำรวจเวรรู้สึกผิดปกติ สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยจริง ๆ คืออันเสี่ยวไห่พูดตัวเลขกว่าร้อยตัวออกมาโดยแทบไม่หยุดพัก
คนทั่วไปทำแบบนั้นได้ยาก
อันเสี่ยวไห่รู้ตัวตั้งแต่ตอนพูดไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ดูท่าครั้งหน้าคงต้องแกล้งทำเป็นจดใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ เสียหน่อย
กลับถึงห้องพักผู้ป่วย อันเสี่ยวไห่ก็เขียนรายงานฉบับหนึ่ง ยื่นคำร้องขอกลับไปยังห้องขังในอีกสองวัน
เหลือเวลาไม่ถึง 20 วันแล้ว เขาต้องออกจากที่นี่ไปเตรียมการบางอย่าง จะได้ผลักดันแผนให้เดินหน้าต่อไป
ผ่านไปอีกวัน พอถึงช่วงดึกสงัด หวังเถี่ยจวินก็ปรากฏตัวที่ห้องพยาบาล ปลุกอันเสี่ยวไห่ที่กำลังหลับสนิท
“นายเป็นอะไรไป? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่อีก? แล้วที่ให้ฉันไปหาตารางเวรของเรือนจำช่วงนี้มา หมายความว่ายังไง?” หวังเถี่ยจวินเพิ่งนั่งลงก็ถามติดกันถึงสามข้อ
“เพื่อเอาชีวิตรอด” อันเสี่ยวไห่ขยับตัวบนเตียงจนได้ท่าที่สบายแล้วตอบ
“เอาชีวิตรอด? พูดให้ชัดหน่อย!”
อันเสี่ยวไห่ยิ้มน้อย ๆ แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ถูกลอบทำร้ายเมื่อหลายวันก่อนให้หวังเถี่ยจวินฟังอย่างละเอียด หลังฟังจบ หวังเถี่ยจวินก็ขมวดคิ้วแน่น ยกมือปิดปากครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะหันมามองอันเสี่ยวไห่อีกครั้ง
