ตลอด 2 วันต่อมา อันเสี่ยวไห่ใช้เวลาส่วนใหญ่เหม่อมองเพดาน
อันเสี่ยวไห่ไม่มีทางแหกคุกไปกับสวีเทียนโย่วแน่
ถ้าทำแบบนั้น ก็เท่ากับตัดทางถอยของตัวเองจนหมดสิ้น ต่อให้อนาคตไม่ตายในมือพวกค้ายา ก็ต้องตายในมือเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงตอนนั้นพวกตำรวจชั่วที่สมคบคิดกับคนบงการอยู่เบื้องหลัง ต่อให้ยิงเขาตายกลางฝูงชน ก็ไม่มีปัญหาอะไรตามมาแม้แต่น้อย
ถ้าอันเสี่ยวไห่อยากออกไปใช้ชีวิตค่อนข้างปกติกับครอบครัวและเพื่อน ๆ เขาก็ห้ามแหกคุกเด็ดขาด หากจะออกไป ก็ต้องใช้ช่องทางและวิธีการที่ดูสมเหตุสมผลตามปกติ
สำหรับอันเสี่ยวไห่ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
3 ปีไม่ถือว่าสั้น แต่ก็ไม่ได้นานจริง ๆ อย่างน้อยก็เทียบกับอีกช่วงเวลา 20 ปีไม่ได้เลย
ส่วนเรื่องช่วยสวีเทียนโย่วแหกคุก อันเสี่ยวไห่ไม่ได้พูดเล่น ๆ หากสวีเทียนโย่วหนีออกไปได้ สำหรับเขาก็ย่อมมีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกชั้น เรื่องนี้อันเสี่ยวไห่คิดจนกระจ่างแล้ว
ก่อนถูกลอบทำร้ายครั้งนี้ อันเสี่ยวไห่ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น อย่างไรเสียสวีเทียนโย่วก็เป็นพ่อค้ายาที่โหดเหี้ยม อีกทั้งยังเป็นบุคคลสำคัญในองค์กรของไห่ฝัวเหยีย หากปล่อยเขาออกไป ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำร้ายผู้คนอีกมากมายแค่ไหน
แต่ตอนนี้อันเสี่ยวไห่ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว
อันเสี่ยวไห่ไม่รังเกียจที่จะช่วยชีวิตคนอื่น หากตัวเองมีความสามารถพอ แต่มีเงื่อนไขว่าเขาต้องรอดก่อน ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็ไม่มีความหมายสำหรับเขาอีกต่อไป
ในเมื่อจะพินาศ ก็พินาศไปด้วยกันเถอะ! เมื่อเทียบกับองค์กรค้ายาแล้ว พวกเจ้าหน้าที่ทุจริตที่ลอบทำเรื่องชั่วร้ายและปล่อยให้องค์กรค้ายาเหิมเกริม กลับสร้างความเสียหายให้ประชาชนมากกว่า แถมยังปกปิดได้แนบเนียนกว่า
