ความคิดนับไม่ถ้วนผุดวาบขึ้นในหัวของอันเสี่ยวไห่! เขาไม่ใช่นักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไม่รู้อะไรเลยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และยิ่งไม่อาจเชื่อใจระบบทั้งหมดของเรือนจำหมายเลขหนึ่งได้แม้แต่น้อย!
แม้จะระแวดระวัง แต่อันเสี่ยวไห่ก็ไม่กล้าเผยพิรุธออกมา เขาพยักหน้าแล้วเดินหน้าต่อไป
มีแต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ถึงจะทำให้คู่ต่อสู้ตายใจได้ หากอีกฝ่ายรู้ว่าเตรียมการไว้ก่อน พวกนั้นก็จะใช้วิธีที่แนบเนียนยิ่งกว่าเดิมมาจัดการเขา
เมื่อเลี้ยวพ้นมุม ทางเดินสลัว ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอันเสี่ยวไห่
ในยุคนี้ กล้องวงจรปิดยังเป็นของราคาแพงมาก ต่อให้เป็นในเรือนจำก็ยังติดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ไม่มาก ทางเดินช่วงนี้ซึ่งอยู่นอกเขตที่ติดตั้งกล้องไว้จึงไม่มีการเฝ้าระวังจริง ๆ
เมื่อไม่มีกล้อง ก็หมายถึงไม่มีหลักฐาน ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แค่พูดปากเปล่าก็อธิบายให้ชัดเจนไม่ได้
ทางเดินมืดทะมึนราวกับสัตว์ประหลาดที่อ้าปากรออยู่ คล้ายเพียงอันเสี่ยวไห่ก้าวเข้าไป ก็จะถูกปากยักษ์นั้นกลืนกินจนหมดสิ้น
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?…” อันเสี่ยวไห่ขมวดคิ้วแน่น “หรือพวกนั้นมองแผนของฉันออกแล้ว?… หรือฉันตัดสินใจผิด ประเมินความเหิมเกริมของพวกมันต่ำไป?…”
ความคิดของอันเสี่ยวไห่แล่นเร็วจี๋!
อันเสี่ยวไห่หาทางย้ายตัวเองมาเขตเอ เพื่อป่วนแผนการของอีกฝ่าย และอีกด้านก็เพื่อกล่อมให้พวกนั้นตายใจ
นักโทษที่ถูกขังอยู่ในเขตเอมีแต่พวกอำมหิตสุดขั้ว สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่พลั้งมือฆ่าคนอย่างเขา การมาอยู่ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะหลุดเข้าไปในฝูงหมาป่า
ตามเหตุผลแล้ว อีกฝ่ายควรเฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน จะรอให้เขาตกหลุมตายเองก็ได้ หรือรอให้เขาค่อย ๆ เสื่อมทรามลง แล้วค่อยหาทางฆ่าให้ตายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แบบนั้นอันเสี่ยวไห่ก็จะมีเวลาหายใจและเตรียมตัวรับมือกับการกลั่นแกล้งและบททดสอบระลอกแล้วระลอกเล่า
