เมื่อกลับถึงบ้าน เฉินสุ่ยเฟินแอบมองออกไปข้างนอกจากหลังประตูอยู่นาน ข้างนอกมีชาวบ้านบางคนที่ยังอยากดูเรื่องสนุกอยู่ แต่พวกอันธพาลกลุ่มนั้นก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
“ดูท่าเสี่ยวสวีคนนี้จะมีฝีมือจริง ๆ หวังว่าเขาจะจัดการปัญหาใหญ่นี้ได้จริงนะ ถ้าเขาช่วยเรื่องนี้ได้ ฉันต้องขอบคุณเขาดี ๆ แล้ว...”
เฉินสุ่ยเฟินถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็ยังไม่กล้าผ่อนคลายเต็มที่ พอหันกลับไปเห็นข้าวของถุงใหญ่ถุงเล็กที่สวีเทียนโย่วหอบมาให้ เธอก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดดูทั้งหมด
ของขวัญที่สวีเทียนโย่วให้ แม้จะห่อมาอย่างประณีต แต่ล้วนเป็นของใช้จำเป็น ทั้งน้ำมันและข้าวสาร แถมยังดูมีคุณภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นของที่เฉินสุ่ยเฟินกำลังต้องการพอดี
ในของขวัญยังมีซองจดหมายงดงามใบหนึ่ง
เฉินสุ่ยเฟินเปิดจดหมาย สิ่งแรกที่สะดุดตาคือลายมือที่สวยมาก ในซองยังมีธนบัตรปึกเล็ก ๆ จำนวนเงินไม่มาก มีหลายราคาและดูเก่าอยู่ไม่น้อย
“คุณน้าครับ ของพวกนี้ราคาไม่แพง แต่เป็นน้ำใจจากผม ขออย่าปฏิเสธเลยนะครับ
ของกับเงินพวกนี้ ผมค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับทางบ้าน ขอให้คุณน้าสบายใจ แล้วก็ฝากบอกเสี่ยวไห่ให้สบายใจด้วยนะครับ
บ้านผมอยู่ค่อนข้างไกล อาจมาเยี่ยมบ่อย ๆ ไม่ได้ แต่ถ้ามีเวลาผมจะมาเยี่ยมคุณน้าครับ”
“เด็กดี ขอบใจมากจริง ๆ นะ มีน้ำใจจริง ๆ!”
เฉินสุ่ยเฟินเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ในใจรู้สึกทั้งโชคดีและภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน
ช่วงที่ผ่านมา เรื่องร้ายถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย ญาติมิตรหลายคนค่อย ๆ ตีตัวออกห่างอย่างเงียบเชียบ กลัวว่าจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย
แต่เพื่อนของอันเสี่ยวไห่หลายคนกลับไม่เคยทอดทิ้งเขา
