โจวเผิงยืนอยู่ข้าง ๆ เอาอกเอาใจฟางอวี่ฉิงอย่างออกนอกหน้า
แต่เห็นได้ชัดว่า ฟางอวี่ฉิงไม่ได้รู้สึกสนใจผู้ชายแบบโจวเผิงเลย
ถ้าพูดถึงฐานะการเงิน โจวเผิงแย่กว่าจางอี้มาก แม้แต่บ้านเขาก็ยังเช่าอยู่
ทว่า ฟางอวี่ฉิงก็ยังยิ้มแย้มพูดกับเขาว่า “ขอบคุณนะ โจวเผิง แต่ว่าคืนนั้นฉันนัดเพื่อนไว้แล้ว น่าเสียดายจังเลยนะ!”
สีหน้าผิดหวังวาบขึ้นบนใบหน้าโจวเผิงทันที
ค่าตั๋วคอนเสิร์ตสองใบนี้ เขาทุ่มเงินเดือนทั้งเดือนเลยนะ!
ตอนแรกหวังว่าจะฉวยโอกาสตอนคอนเสิร์ตสารภาพรักกับฟางอวี่ฉิง
แต่คิดไม่ถึงว่าจะเสียเปล่า
จางอี้เห็นฉากนี้ ก็ยกยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
เขารู้ดีว่า หมาเลียอย่างโจวเผิงท้ายที่สุดแล้วจะไม่ได้อะไรเลย
แต่โจวเผิงที่กำลังผิดหวัง เหลือบไปเห็นจางอี้ที่ยิ้มอยู่ข้าง ๆ ก็โกรธขึ้นมาทันที
เพื่อกลบเกลื่อนความอึดอัดใจของตัวเอง เขาเลยเดินเข้าไปหา แล้วพูดกับจางอี้ว่า “จางอี้ นายนี่ช่างทำตัวไม่สมควรเลยนะ!”
“ผู้ชายตัวโตแท้ ๆ กลับให้ผู้หญิงช่วยยกของ จะเอาหน้าไปไว้ไหน?”
“วันนี้อวี่ฉิงมาทำงานแล้วบ่นปวดหลังตลอด คราวหลังมีเรื่องแบบนี้อีก หวังว่านายจะอย่าไปรบกวนคนอื่น!”
จางอี้เหลือบมองฟางอวี่ฉิงแวบหนึ่ง
ที่แท้ก็ผู้หญิงคนนี้เอาเรื่องไปฟ้องนี่เอง
ฟางอวี่ฉิงยังแสร้งทำเป็นพูดว่า “ไม่เป็นไร ๆ จริง ๆ แล้วตัวฉันก็ไม่ได้เป็นอะไร”
