เหล่าขุนนางต่างพากันนิ่งเงียบ
คนประเภทที่ปกติส่งเสียงโหวกเหวกที่สุด วันนี้กลับหดหัวอยู่ข้างหนึ่ง แม้แต่ลมหายใจก็ยังระมัดระวัง
อย่างหลี่ฉุนโย่วที่หวาดกลัวว่าจะถูกพัวพันเข้าไปด้วย
หลังเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ไช่เม่าก็ก้าวออกมากล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าเรื่องนี้สมควรตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทว่าราชสำนักก็ต้องเตรียมพร้อมรับขุนนางคนใหม่เข้ารับตำแหน่งด้วย จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพียงอย่างเดียวหาเพียงพอไม่พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงกล่าวว่า “ทุกเรื่องย่อมมีเหตุ จึงเกิดผล หากประสงค์จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ก็ต้องสืบสาวถึงต้นตอ เจ้าจงบอกเรามาว่าเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้”
“ดังที่ฝ่าบาทตรัส ต้นตอเกิดปัญหา ระบบตรวจการของราชสำนักเสื่อมทราม ขุนนางล้นงาน”
“มีเพียงเท่านี้หรือ”
จ้าวติ่งก้าวออกมา เขากล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท จากที่เห็นในขณะนี้ เรื่องนี้สะท้อนปัญหาออกมา 4 ประการพ่ะย่ะค่ะ”
“หนึ่ง การตรวจการมีปัญหาจริง ตั้งแต่กรมตรวจการคดีอาญาตามหัวเมืองต่าง ๆ ไปจนถึงสำนักตรวจการในเมืองหลวง ล้วนบกพร่อง อย่างน้อยคดีนี้พัวพันกว้างขวางและใหญ่โตถึงเพียงนี้ กลับไม่มีผู้ใดรายงานขึ้นมา”
“สอง จำนวนขุนนางล้นเกิน ต่างโยนความรับผิดชอบให้กัน”
“สาม การตรวจสอบบัญชีการคลังของฮู่ปู้ไม่เพียงพอ บัญชีการคลังสับสนยุ่งเหยิงและไม่กระจ่าง”
“สี่ การประเมินขุนนางตามหัวเมืองต่าง ๆ ไม่เข้มงวด ทุกปีขุนนางทุกระดับต่างทำการประเมินผลงานอย่างขอไปที”
“ปัญหาเหล่านี้ทับถมกัน จึงทำให้ขุนนางล้นงาน ผู้ทุจริตมีให้เห็นไม่ขาดสาย จำนวนมากจนนับไม่ถ้วน”
สมกับเป็นจ้าวติ่ง
อัครมหาเสนาบดีคืออะไร
อัครมหาเสนาบดีมีหน้าที่ช่วยเหลือฮ่องเต้ดูแลราชกิจแผ่นดิน
อัครมหาเสนาบดีมิใช่คนที่เอาแต่เล่นเล่ห์กลทางการเมืองทุกวันดังที่คนภายนอกมากมายเข้าใจ
เล่ห์กลทางการเมืองที่แยกขาดจากราชกิจแผ่นดิน ล้วนเป็นการละเลยหน้าที่
ท่ามกลางราชกิจอันกว้างใหญ่ไพศาล การเรียบเรียงเส้นสายและโครงร่างให้กระจ่างชัดยิ่งยากเข้าไปใหญ่
