หลังหลี่จ้งเข้าเมือง ภายในเมืองก็ไม่มีสิ่งใดผิดแผกไปจากปกติ
ทว่าเขานำกององครักษ์ส่วนตัวมุ่งหน้าไปยังถ่งจวินซือ
ซ่างถัว รองแม่ทัพที่อยู่ข้างหลี่จ้งกล่าวเสียงเย็นชา “เซียวเหอต๋าช่างกล้านัก ถึงกับไม่มาต้อนรับแม่ทัพหลี่ด้วยตนเอง!”
แม้ทั้งคู่จะดำรงตำแหน่งแม่ทัพเหมือนกัน แต่ฐานะกลับแตกต่างกันอยู่บ้าง
หลี่จ้งเป็นหลานชายของหลี่อวี้ ทั้งยังเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งซีเซี่ย
ส่วนเซียวเหอต๋าเป็นขุนนางตระกูลสูงของแคว้นเหลียวที่ล่มสลายไปแล้ว
หากเยลี่ว์หนานเซียนยังไม่สิ้นชีพ และแคว้นเหลียวยังไม่ล่มสลาย เซียวเหอต๋าคงไม่ต้องมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพอยู่ที่เซี่ยโจว อย่างน้อยก็คงได้เป็นบุคคลผู้กุมอำนาจที่มีฐานะทัดเทียมกับอ๋องจิ้นหลี่ฉาเกอ
กล่าวได้เพียงว่า ชะตาชีวิตของคนเราผูกพันแนบแน่นกับเวทีที่ตนสังกัด
หลี่จ้งมิได้กล่าวอันใด บัดนี้เขามีเป้าหมายเพียงประการเดียว คือชิงอำนาจควบคุมเซี่ยโจวมาจากมือเซียวเหอต๋า
เมื่อเขามาถึงบริเวณใกล้ถ่งจวินซือ ก็ถูกเซียวกั่วซานขวางไว้
“เจ้าเป็นผู้ใด กล้าขวางทางแม่ทัพหลี่หรือ?”
“ข้าน้อยคือเซียวกั่วซาน รองแม่ทัพแห่งเซี่ยโจว”
“ที่แท้ก็เป็นคนของเซียวเหอต๋า เหตุใดเจ้าตัวจึงไม่มาต้อนรับแม่ทัพหลี่ของพวกเรา?”
“แม่ทัพเซียวรอคอยแม่ทัพหลี่อยู่ในถ่งจวินซือ”
“เช่นนั้นยังไม่หลีกทางอีก!”
“เชิญแม่ทัพหลี่ทางนี้ ส่วนคนอื่น ๆ ตั้งค่ายอยู่ที่เดิม!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” ซ่างถัวชักดาบออกมา พลางตวาดด้วยความโกรธ
“นี่คือกฎ!”
หลี่จ้งกล่าวว่า “หากวันนี้ข้ายืนกรานจะพาพวกเขาไปยังถ่งจวินซือเล่า?”
“เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ!” เซียวกั่วซานออกคำสั่ง แล้วคนจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นโดยรอบในทันที
