เสอเยี่ยนจื้อกล่าวว่า “หากรับประกันได้ว่ามีชาเพียงพอ กระหม่อมเห็นว่าเป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดี เราจะให้คนจัดตำแหน่งขุนนางใหม่ให้เจ้าอีกตำแหน่ง ประเทศขาดแคลนม้าอย่างหนัก หวังว่าเจ้าจะช่วยเราฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายต้องอับอายพ่ะย่ะค่ะ!”
อันที่จริง นอกจากนำเข้าม้าศึกแล้ว ภายในต้าซ่งเองก็ต้องเลี้ยงม้าด้วย
ในเขตต้าซ่งมีสถานที่เลี้ยงม้าอยู่หลายแห่ง แม้จะไม่ใหญ่โตนัก แต่ล้วนใช้ประโยชน์ได้
อย่างเช่นมู่ถัวกั่ง ซึ่งเป็นฟาร์มม้าหลวงแห่งเมืองไคเฟิง
เดิมทีที่นั่นมีม้าศึกอยู่ถึงสองหมื่นตัว ครั้นกองทัพจินยกทัพลงใต้เป็นครั้งแรกในปีจิ้งคังที่หนึ่ง กัวเย่าซือก็แจ้งว่านเหยียนจงวั่งว่าที่นั่นมีม้า
ว่านเหยียนจงวั่งจึงส่งคนไปนำม้าศึกทั้งหมดจากมู่ถัวกั่งมา
ทว่าม้าในจงหยวนย่อมมีคุณภาพด้อยกว่าม้าทางตะวันตกเฉียงเหนือ เรื่องนี้ถูกกำหนดด้วยสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ
ม้าศึกคุณภาพดีที่สุดอยู่ที่ระเบียงเหอซีทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจางเย่ ที่นั่นมีฟาร์มม้าที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินตะวันออก
สำหรับจ้าวหนิงในยามนี้ การขาดแคลนม้าก็ไม่ต่างจากนักเดินทางกลางทะเลทรายขาดน้ำ
หากสามารถซื้อม้าศึกจากตะวันตกเฉียงเหนือได้เป็นจำนวนมาก แล้วจัดกำลังทหารม้าหนักและตั้งกองทหารม้าหนักขนาดใหญ่ โดยให้แม่ทัพผู้มีความสามารถเช่นเยว่เฟยบัญชาการ การรบก็จะไม่ใช่แค่การตั้งรับในเมืองอีกต่อไป
ถึงเวลานั้น กองทัพซ่งก็จะสามารถออกรบกลางทุ่ง ไล่ติดตาม และกวาดล้างศัตรูเป็นวงกว้างได้อย่างแท้จริง
ส่วนความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาม้าศึกนั้นไม่ต้องกล่าวให้มากความ
ซ่งกับจินหยุดรบกันแล้ว แต่สงครามระหว่างซ่งกับเซี่ยอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
หากคิดจะกำจัดจิน ก็ต้องกำจัดเซี่ยก่อน
หากต้องการทำลายซีเซี่ยให้สิ้นซาก ย่อมเป็นไปไม่ได้หากไม่มีม้าศึก
อย่างไรเสีย ระเบียงเหอซีทั้งหมดก็อยู่ในมือซีเซี่ย
