เมื่อจ้าวกวนเจียตรัสเช่นนี้ บรรยากาศในท้องพระโรงก็พลันหนักอึ้ง
จ้าวหนิงกวาดตามองไปรอบหนึ่ง จางซูเย่ก้าวออกมาทูลว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าเรื่องนี้มีข้อโต้แย้งอยู่มาก ยังต้องพิจารณาจัดการตามความเหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”
สวี่ฮั่นก็ก้าวออกมาทูลเช่นกัน “ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นด้วยกับที่ท่านอัครมหาเสนาบดีจางกล่าว เรื่องสีก้งเกี่ยวพันกว้างขวาง ทั้งยังมีข้อโต้แย้งหลายประการ จึงไม่ควรตัดสินแบบเหมารวมพ่ะย่ะค่ะ”
ปัญหาของสีก้งและหลิวกวงซื่อ ล้วนเป็นปัญหาใหญ่
เรื่องที่เกี่ยวข้องมิได้มีเพียงด้านการทหาร เบื้องหลังยังพัวพันกับปัญหาทางการเมืองอย่างลึกซึ้งอีกด้วย
ยกตัวอย่างสีก้ง อดีตจิงเลวี่ยสื่อแห่งเส้นทางจิงหยวนผู้นี้หนีทัพกลางศึก ในศึกฉางอานครั้งสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเมื่อวันที่ 16 เดือน 12 ปีที่ 2 แห่งศักราชจิ้งคัง!
เป็นเหตุให้กองทัพปีกซ้ายพังทลายลงราวเขื่อนแตก
นี่ถือเป็นความผิดที่ต้องประหารหรือไม่?
โทษเช่นนี้สมควรถูกสับเป็นหมื่นชิ้น!
ทว่า ปัญหาทางการทหารมักเป็นปัญหาทางการเมืองด้วยเช่นกัน
จนถึงบัดนี้ จำนวนทหารที่เสียชีวิตในแนวรบตะวันตกของสงครามซ่งกับจินครั้งที่สามยังคงเป็นความลับ
แต่ถึงจะเป็นความลับ ภายในราชสำนักก็ยังถกเถียงกันไม่รู้จบ
อย่างเช่นไช่เม่าเคยกล่าวว่า จางจวิ้นไม่รู้เรื่องการทหาร รับศึกอย่างเร่งร้อน จนทำให้ทหารสิบหมื่นนายที่เหยียนอานต้องตายอย่างอนาถ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุสำคัญของความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่ฉางอาน
แม้แต่สวี่ฮั่นซึ่งเป็นฝ่ายกลางก็ยังเคยกล่าวว่า จางจวิ้นมุ่งแต่จะประสบความสำเร็จ หากมิใช่เพราะแนวรบตะวันออกมาช่วยไว้ ส่านซีคงตกเป็นของศัตรูไปทั้งหมด
แม้แต่จางซูเย่ก็ยังทอดถอนใจว่า หากส่านซีตั้งมั่นอย่างสุขุมรอบคอบ ก็คงไม่ต้องบาดเจ็บล้มตายถึงเพียงนี้!
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ในส่านซีระหว่างสงครามซ่งกับจินครั้งที่สามเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนัก
