ยามฉลูยามปลายเค่อที่สี่ (ตีสาม) หน่วยลาดตระเวนที่ส่งออกไปสายหนึ่งพลันหวนกลับมาอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่หน่วยลาดตระเวนเข้ามาในเมือง ก็ตรงไปยังที่พักของจางเซี่ยน
หลังพลิกตัวลงจากม้า เขาหยิบป้ายประจำตัวออกมาแล้วกล่าวกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ตรงประตูว่า “มีข่าวด่วนทางทหาร ข้าต้องพบแม่ทัพจาง!”
ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตรงประตูก็มิกล้าขัดขวาง หน่วยลาดตระเวนจึงควบม้าทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาไม่สนว่าจางเซี่ยนหลับสนิทแล้วหรือยัง ต่างตะโกนเสียงดังอย่างไม่เกรงใจว่า “แม่ทัพจาง มีรายงานด่วนทางทหาร!”
หากเป็นหลิวอวี้ เกรงว่าป่านนี้ศีรษะคงหลุดจากบ่าไปแล้ว
ท่ามกลางความงัวเงีย จางเซี่ยนได้ยินคำว่า “รายงานด่วนทางทหาร” ร่างกายก็ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงตามสัญชาตญาณ เขาคว้าเสื้อผ้ามาสวมลวก ๆ สองสามทีแล้วออกไป
เหล่าทหารลาดตระเวนเล่าสถานการณ์ในค่ายใหญ่ของหลิวอวี้อย่างละเอียด
ปฏิกิริยาแรกของจางเซี่ยนคือมุ่งหน้าไปหาเยว่เฟยโดยเร็ว
กลางดึกเช่นนี้ จางเซี่ยนปลุกเยว่เฟยขึ้นมา
เยว่เฟยตัดสินใจทันที “เจ้านำทหารม้า 3,000 นายไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะจัดคนเตรียมเรือไว้ริมแม่น้ำหวงเหอ!”
ไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำว่าควรส่งผู้ใดออกโจมตี เมื่อจางเซี่ยนอยู่ตรงหน้า ก็ให้เขาไปเสีย
ยามนี้การล่าช้าเพียงครึ่งเค่อก็อาจทำให้เสียโอกาสทางทหาร
จางเซี่ยนรับป้ายคำสั่งแล้วหันกายทะยานออกไป มุ่งหน้าไปยังค่ายทหารม้า
ไม่นานนัก เสียงระฆังก็ดังขึ้น
ส่วนเยว่เฟยสวมเสื้อคลุม พาคนติดตามไปจัดการเรื่องท่าเรือริมแม่น้ำหวงเหอโดยเร็ว
ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำหวงเหอเป็นเขตที่กองทัพจินและกองทัพแคว้นฉีหุ่นเชิดควบคุมอยู่ เนื่องจากช่วงหลายเดือนมานี้ราคาธัญพืชแถบเล่อโซ่วพุ่งสูง ผู้คนไม่น้อยจึงเดินทางมาซื้อเสบียง เรือที่ท่าเรือจึงมีอยู่มากมาย
