หลิวเยี่ยนจงกล่าวว่า “ยามนี้หลิวอวี้ยังอยู่ในเหอเป่ย ในมือมีทหารชั้นยอดที่ได้รับมอบหมายให้บัญชาการ ไม่รู้ว่าเขารบเป็นอย่างไรบ้าง”
ไม่ว่าหลิวอวี้จะรบเป็นอย่างไร ว่านเหยียนจงวั่งก็จำต้องส่งคนรีบนำรายงานศึกชิงเหอไปยังซ่างจิงโดยเร็ว
หลายปีมานี้ ความสามารถในการรบของกองทัพซ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ว่านเหยียนจิงยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าเห็นว่าอีกไม่นาน ราชวงศ์ซ่งคงส่งกองทัพเหอเป่ยไปช่วยส่านซี!”
หลิวเยี่ยนจงทอดถอนใจ “หลอกล่อกันไปมา ในที่สุดซีเซี่ยก็ยกทัพออกมาแล้ว ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลิวอวี้และชาวซีเซี่ยแล้ว”
หลังเอาชนะกองทัพหลิวหลินที่อำเภอชิงเหอ เยว่เฟยไม่ได้หยุดพัก หากเรียกกองทหารม้ามารวมพล แล้วหวนกลับไปยังฝู่เฉิงทันที
ส่วนกองทัพกบฏที่แตกพ่ายหลบหนีไปนั้น ให้ทหารที่ต้าหมิงฝู่ส่งมาจัดการ
ถึงอย่างไรจำนวนทหารม้าของเขาก็มีจำกัด ไม่มีทางใช้ทหารม้าชั้นยอดไล่ตามกองทัพที่พ่ายแพ้กระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
หากทำเช่นนั้น คงไม่ต่างจากใช้ปืนใหญ่ยิงยุง
เมื่อกลับถึงฝู่เฉิง เยว่เฟยให้กองทัพพักฟื้นอยู่หลายวัน แล้วสั่งให้คนใต้บังคับบัญชารวบรวมผลงานความชอบและยื่นคำร้อง
คืนวันที่ยี่สิบเก้า หน่วยสอดแนมแนวหน้าส่งข่าวมาอย่างกะทันหัน
“ท่านแม่ทัพเยว่ พวกเราพบความผิดปกติแถวอำเภอเล่อโซ่ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำหวงเหอ”
“ผิดปกติอย่างไร?”
“ราคาข้าวในอำเภอเล่อโซ่วเพิ่มขึ้นสามเท่า ชาวบ้านไม่น้อยข้ามแม่น้ำมาซื้อข้าวที่ฝู่เฉิงทุกวัน แม้ต้องตรากตรำเดินทางก็ตาม”
จางเซี่ยนสังเกตเห็นพิรุธในทันที เขากล่าวว่า “หรือมีคนลอบสะสมกำลังทหารอยู่ในอำเภอเล่อโซ่ว?”
