จากบทเรียนในประวัติศาสตร์ สงครามเงินตราระหว่างซ่งกับจินทำให้เงินเหรียญทองแดงของราชวงศ์ซ่งไหลออกไปยังแคว้นจินเป็นจำนวนมาก จนเกิดปัญหาเศรษฐกิจไม่น้อย
ในศาสตร์การจัดการองค์กร มีกฎข้อหนึ่งกล่าวไว้ว่า ยิ่งองค์กรใหญ่โตเพียงใด องค์กรนั้นก็ยิ่งเปราะบาง
ตัวอย่างเช่น ระบบราชการของต้าซ่งมีจุดเด่นชัดเจนที่สุดคือความเทอะทะ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เกิดปัญหามากมาย ทั้งยังทำให้การตรวจสอบและชำระสะสางเป็นเรื่องยากขึ้นมาก
เมื่อข้าศึกต่างแคว้นรุกราน ระบบขุนนางเช่นนี้มิอาจแสดงบทบาทได้ ซ้ำยังบั่นทอนกำลังดำเนินการของตนเอง เพราะองค์กรเทอะทะและต่างฝ่ายต่างปัดความรับผิดชอบ
อีกทั้ง ในทางเศรษฐศาสตร์ยังมีกฎข้อหนึ่งว่า ความเปราะบางของเศรษฐกิจแปรผกผันกับขนาดและความเชื่อมโยงระหว่างกัน
กล่าวคือ ยิ่งเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่และซับซ้อน ทั้งยังเชื่อมโยงเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกันมากเท่าใด ความสามารถในการต้านทานความเสี่ยงของเศรษฐกิจโดยรวมก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น
ในทางกลับกัน ยิ่งการค้าในแต่ละภูมิภาคเชื่อมโยงกันน้อย ขนาดการค้าก็ยิ่งเล็ก ความสามารถในการต้านทานความเสี่ยงก็ยิ่งสูง
เช่นเดียวกับแคว้นจินและซีเซี่ย
แคว้นจินไม่มีระบบแม่น้ำและเส้นทางคมนาคมที่พัฒนาอย่างทั่วถึงเช่นต้าซ่ง อีกทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีฤดูหนาวยาวนานเกือบครึ่งปี ปัจจัยตามธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาการค้า
ลักษณะการค้าของที่นั่นคือผู้คนติดต่อค้าขายกันไม่บ่อยนัก กิจกรรมทางการค้าอาจจำกัดอยู่เพียงในเขตเมืองและจวนของแต่ละแห่ง สินค้าฟุ่มเฟือยบางส่วนซึ่งจัดเตรียมไว้ให้ขุนนางชั้นสูงโดยเฉพาะเท่านั้น ที่จะถูกขนส่งจากที่ต่าง ๆ ไปยังซ่างจิง
ซีเซี่ยก็เป็นเช่นเดียวกัน
ในสถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่อาจกล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปฏิกิริยาลูกโซ่จากการล่มสลายของอุตสาหกรรมบางส่วนในซ่างจิงที่ส่งผลไปทั่วทุกแห่ง
หลายพื้นที่ถึงขั้นใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนกันโดยตรง
