บนทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ ราวกับมีมังกรยักษ์พุ่งทะยานไปข้างหน้า กวาดหิมะฟุ้งเป็นทางยาว เสียงดังสนั่นเกรียงไกร
เสียงกีบเหล็กกระทบพื้นดินดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ ประหนึ่งแผ่นดินถล่มภูเขาทลาย
นอกเมืองเหลียวหยาง มีกองทัพจินกว่าหมื่นนายที่ยังสวมเกราะไม่ทัน แม้แต่รูปขบวนทัพก็ยังไม่มี เพิ่งรวมพลกันได้ไม่นาน
ภายในเมืองยังมีทหารจินอีกหลายหมื่นนายกำลังเตรียมการ เตรียมทยอยออกจากเมือง
ห่างออกไปสามลี้ ทหารม้าเหล็กเกราะหนักสามพันนายของกองทัพเสินเว่ยเผยโฉมขึ้นกลางม่านหิมะ รูปทรงแข็งแกร่งเป็นเหลี่ยมมุม เส้นสายเย็นเยียบ
นี่คือทหารม้าเหล็กเกราะหนักสามพันนายที่มีพลังรบแข็งแกร่งที่สุดในเหลียวตง
เป็นกุญแจสำคัญที่สุดของศึกครั้งนี้
“ตั้งขบวน!” หลี่เฉิงตะโกนจนเสียงแหบพร่า
ทว่าเกาอิ้งอี้กลับตะโกนข้างหูเขาว่า “ตูถ่ง ไม่ทันแล้ว รีบเข้าเมืองเถิด!”
หลี่เฉิงกลับควบม้าพุ่งไปทางกองทัพใหญ่ “ตั้งขบวน! ตั้งขบวน! พวกเจ้าคือผู้กล้าแห่งต้าจิน!”
“ตูถ่ง!” เกาอิ้งอี้ควบตามไป “ตูถ่ง ไม่ทันแล้ว!”
เขามองกระแสทัพสีดำเบื้องหน้าที่ชัดเจนขึ้นทุกขณะ กองทหารม้าอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มตั้งท่าก่อนพุ่งเข้าโจมตีแล้ว
หากพวกมันบุกเข้ามาจริง ๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะถูกบดขยี้จนกลายเป็นเนื้อเละ!
“ตูถ่ง หรือท่านอยากให้เมืองเหลียวหยางแตกในวันนี้หรือ!”
เสียงของเกาอิ้งอี้จมหายไปในเสียงกีบเหล็กของกองทัพซ่ง
หลี่เฉิงหันกลับมา ก่อนจะกัดฟันควบม้าห้อตรงไปยังประตูเมือง
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ เปี่ยมด้วยความไม่ยินยอม
เมื่อทหารม้าเกราะหนักของกองทัพซ่งย่นระยะเข้ามาเหลือไม่ถึงหนึ่งลี้ ทหารจินนอกเมืองจึงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันประหนึ่งฟ้าถล่มแผ่นดินทลายอย่างแท้จริง
