เกาชิวเร่งรุดเข้าวัง
“ฝ่าบาท ฉินฮุ่ยออกจากเมืองหลวงไปวันนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“รู้แล้ว”
“ยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องใด?”
“พบร่องรอยสายลับชาวจินที่หอว่านชุนเก๋อ โรงเตี๊ยมเยว่ไหล และหอฝานโหลวพ่ะย่ะค่ะ”
เกาชิวรายงานได้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ที่จริงยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคน แต่ก็ต้องมารายงานความคืบหน้าให้ผู้เป็นนายทราบไว้ก่อน
จ้าวหนิงจึงวางพู่กันลง แล้วกล่าวว่า “จับตัวได้แล้วหรือ?”
“ยังพ่ะย่ะค่ะ”
“ยังจับไม่ได้แล้วจะพูดไปไย”
แม้จ้าวกวนเจียจะกล่าวเช่นนั้น เกาชิวก็รู้ดีว่า ต่อให้ยังไม่มีผลลัพธ์ ก็ต้องมาแจ้งข่าวให้ผู้เป็นนายทราบก่อน เพื่อให้เห็นหน้าและบอกว่าเรื่องที่รับผิดชอบกำลังคืบหน้าไปมาก
กล่าวได้ว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เกาชิวได้รับความไว้วางพระทัย
คนอย่างฉินฮุ่ย หากไม่มีเรื่องผิดพลาด ย่อมไม่รายงานสิ่งใดแก่ท่าน แต่หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น ก็ยังไม่รายงานอีกเช่นกัน
แม้เกาชิวจะชอบวิ่งมารายงานเรื่องต่าง ๆ จนบางครั้งจ้าวหนิงที่มีราชกิจรัดตัวยิ่งรำคาญเขา แต่กลับอดไม่ได้ที่จะเก็บเขาไว้เป็นคนสนิท
“ต่อจากนี้ สำนักองครักษ์หลวงจะเริ่มตรวจสอบสามแห่งนี้เป็นสำคัญ เชื่อว่าอีกไม่นานก็จับสายลับแคว้นจินได้พ่ะย่ะค่ะ”
“รอจับได้แล้วค่อยว่ากัน”
“พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา ไม่รบกวนฝ่าบาทแล้ว”
วันที่ 15 เดือนสิบเอ็ด จวนหลู่กั๋วกง ณ เยียนจิง
เมื่ออวี่เหวินซวี่จงเห็นว่านว่านเหยียนชางเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นประสานมือคำนับ “สามัญชนคารวะหลู่กั๋วกง”
“ไม่ต้องมากพิธี ไม่ต้องมากพิธี”
“ไม่ทราบว่าหลู่กั๋วกงเรียกสามัญชนมาพบด้วยเรื่องใดหรือ?”
“มีเรื่องสำคัญยิ่งเรื่องหนึ่ง ต้องให้เจ้าจัดการ”
