หลี่มี่กระซิบข้างหูฉินซีว่า “ทำไปพอเป็นพิธีเท่านั้น อีกประเดี๋ยวข้าจะจัดคนไปจัดการให้เรียบร้อย ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในบันทึก ทั้งยังใช้เรื่องนี้ต่อรองเงื่อนไขกับชาวต้าสือได้ด้วย”
“ดี จัดการให้เรียบร้อย” ฉินซีกล่าวจบก็หันหัวม้าแล้วจากไป
หลี่มี่หันไปกล่าวกับจางเทาว่า “เจ้าพาคนเหล่านี้ไปลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลที่กองตรวจการณ์เขตเมืองใต้”
“ใต้เท้า...”
“ไปจัดการตามนั้นก็พอ”
จางเทาเข้าใจในทันที จึงเอ่ยกับชาวต้าสือสองสามคนอยู่ไม่กี่คำ คนหนึ่งในนั้นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พวกท่านเชิญพวกเรามาเอง แล้วตกลงจะให้ทำอะไรกันแน่!”
อีกคนกล่าวว่า “อย่างไรที่นี่ก็เป็นถิ่นของผู้อื่น อย่าทำให้เรื่องบานปลายเลย”
คนกลุ่มนั้นติดตามเจิ้งสี่ไปลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลที่กองตรวจการณ์เขตเมืองใต้
หลี่มี่สั่งให้ผู้ตรวจการณ์พาหญิงกับบุตรชายไปยังที่ว่าการเมืองไคเฟิง
เรื่องนี้นับเป็นข้อพิพาททางแพ่ง หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ณ ที่เกิดเหตุ ทางการย่อมต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย ให้ผู้ตรวจการศาลเมืองไคเฟิงเป็นผู้ตัดสิน
เมื่อทุกคนเห็นเจิ้งสี่พาคนเหล่านั้นไปแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป
“ไป กลับกันเถิด” จ้าวหนิงกล่าว
หวังจงหวังถามว่า “เรื่องนี้พวกเราจะไม่จัดการหน่อยหรือ?”
“กลับไปค่อยว่ากัน”
เมื่อกลับถึงวัง จ้าวหนิงก็เรียกเกาชิวมาพบทันที
“เจ้าไปตรวจสอบชาวต้าสือกลุ่มที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงอย่างละเอียด”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย เรื่องนี้ให้กระหม่อมจัดการเถิด”
หลังเกาชิวจากไป เฉียนอวี้ชิงกล่าวว่า “ชาวต้าสือในแผ่นดินต้าซ่งส่วนใหญ่ประพฤติตนอยู่ในกรอบ ทว่าก็มีบางคนที่ทำอะไรหุนหันพลันแล่น คนที่กระหม่อมรู้จักชื่อผู่หลัวซิน ผู้นั้นทำงานได้ดีทีเดียว”
