ระหว่างที่ทั้งสองกำลังหารือกัน บ่าวด้านนอกก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ท่านอัครมหาเสนาบดี ไท่เว่ยหวังมาแล้วขอรับ”
ทั้งสองสบตากัน ไช่เม่ากล่าวว่า “หวังจงหวังไม่เคยมาหาข้าถึงที่ วันนี้เหตุใดจึงมาเยือนกะทันหัน?”
“ย่อมมิใช่เรื่องดี”
“ท่านหลบไปก่อน”
หลี่ฉุนโย่วพยักหน้า แล้วหลบออกไปก่อน
ไช่เม่าออกไปด้านนอก ครั้นเห็นหวังจงหวังก็เผยรอยยิ้มอันเป็นมิตร “ไท่เว่ยหวังมาเยือนถึงที่ ข้ามิได้ออกมาต้อนรับ ต้องขออภัยด้วย ขออภัยด้วย”
“มาโดยมิได้เชิญ ท่านไช่คงไม่ถือสากระมัง?”
“เหตุใดจะถือสาเล่า ไท่เว่ยหวังมาเยือนถึงเรือนอันต่ำต้อย นับเป็นเกียรติยิ่ง เชิญ”
หวังจงหวังรู้ว่าไช่เม่าไม่ชอบหน้าเขา ทว่าเขาหน้าหนาไม่น้อย จึงเดินอาด ๆ เข้าไปอย่างไม่เกรงใจ
ไช่เม่าทั้งชงชา ทั้งสั่งให้คนจัดเตรียมขนม
“ไม่ทราบว่าไท่เว่ยหวังมาเยือนเรือนอันต่ำต้อย มีธุระอันใดหรือ?”
“ไม่มีธุระอื่นหรอก ได้ยินว่าจวนท่านไช่ไปสู่ขอแม่นางเฉียนถึงตระกูลเฉียน?”
“เป็นความจริง”
“เรื่องเป็นเช่นนี้ กวนเจียกับแม่นางเฉียนผูกสมัครรักใคร่กันมานานแล้ว วันนี้ข่าวแต่งตั้งเป็นซูเฟยก็แพร่ออกมาแล้ว” หวังจงหวังกล่าวอย่างไม่เร่งร้อน “คนอยู่ในวังแล้ว กวนเจียเกรงว่าระหว่างขุนนางกับฮ่องเต้จะเกิดความเข้าใจผิด จึงให้ข้ามาชี้แจงสักหน่อย”
“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว คราวก่อนพวกเราไปสู่ขอ ตระกูลเฉียนก็เพียงรับปากไว้ชั่วคราว ในเมื่อยังมิได้ตกลง แม่นางเฉียนจะแต่งกับผู้ใดก็เป็นเรื่องของตระกูลเฉียน”
คำตอบของไช่เม่ามีเหตุมีผล ทว่าในใจกลับมิได้คิดเช่นนั้น
เดิมทีเขาก็คิดอยู่แล้วว่าหวังจงหวังคือตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ อะไรคือผูกสมัครรักใคร่กันมานาน? แม่นางเฉียนเป็นใคร กวนเจียเป็นใคร? พวกเขาจะผูกสมัครรักใคร่กันได้อย่างไร?
