ผู้ที่ไม่เคยออกรบ ยากจะจินตนาการได้ว่าขุนพลผู้หาญกล้าผงาดอยู่ในสนามรบเป็นนิจจะลงมือทำการอย่างไร
โจวอันพลันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
โจวหลินเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
ทหารกองทัพเสินเว่ยนายหนึ่งจับโจวอันไว้ด้วยมือข้างเดียว ราวกับจับเป็ด แล้วกดเขาลงกับพื้น ส่วนทหารอีกนายกระชากมือของเขาออกมา กดลงกับพื้น
โจวอันดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ทว่ากลับไม่ต่างจากปลาบนเขียง
เพียงชั่วพริบตาสั้น ๆ ทหารนายนั้นก็ปลดขวานที่เอวด้วยมือขวา แล้วจามลงไปอย่างไม่ลังเล
เสียงทึบดังขึ้น ขวานฟันลงไปราวกับผ่าต้นไม้ ข้อมือซ้ายของโจวอันถูกฟันขาด เลือดสดไหลทะลักออกมาทันที
เสียงกรีดร้องของโจวอันทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกราวกับตกอยู่ในโรงฆ่าสัตว์
เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็สลัดหลุดไม่ได้ เหงื่อบนหน้าผากไหลราวกับสายฝน
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแทบทำให้เขาหมดสติ
ทหารอีกนายตักน้ำใส่ถังไม้มาเต็มถัง แล้วราดลงบนตัวโจวอัน
มือปราบรอบข้างต่างยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
ใครจะคิดว่าโจวอัน คุณชายเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองยงโจวเมื่อเช้านี้ บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
โจวหลินผู้เป็นบิดายืนอยู่ข้าง ๆ ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
โจวหลินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งกว่าจะได้สติ แล้วพลันกระโดดขึ้นพร้อมตะโกนเสียงดังว่า “เจ้ากล้าก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ได้อย่างไร!”
อู๋หลินกลับไม่สนใจเขา หากถามโจวอันผู้สิ้นกำลังใจไปแล้วว่า “ผู้ใดสั่งให้เจ้าจับคนไปขายตามชาวบ้าน?”
โจวอันเจ็บจนพูดไม่ออก ได้แต่สั่นไม่หยุด ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ
อู๋หลินกล่าวสั้น ๆ ว่า “แม่ทัพผู้นี้จะนับถึงสาม หากยังไม่พูด แม่ทัพผู้นี้จะฟันเจ้าแล้วโยนไปให้สุนัขกินเสีย!”
