เมื่อได้ยินว่าจ้าวกวนเจียสืบพบเบาะแสบางอย่างเช่นกัน จางจวิ้นก็สนใจขึ้นมาทันที ทว่าเขายังคงวางท่าหนักแน่น
“กระหม่อมเขลานัก ไม่ทราบว่าฝ่าบาทสืบพบเบาะแสใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นเรื่องลักลอบค้าของตามชายแดนอยู่บ้าง”จ้าวหนิงกล่าวด้วยสีหน้าเป็นมิตร “แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก เราคร้านจะใส่ใจมากนัก”
“ฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวพันกับการทหารและการปกครองของราชสำนัก คนเหล่านั้นลักลอบค้าของ...”
“อ้อ เมื่อฟังจางชิงกล่าวเช่นนี้ ดูท่าจะมีเหตุผลอยู่บ้าง”
“คนเหล่านั้นถึงกับจงใจปล่อยจงหานไปเพราะการลักลอบค้าของ ความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้ช่าง...”จางจวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนครุ่นคิดแล้วกล่าวต่อ “แน่นอนว่าแม่นทัพกองทัพเสินอู่เป็นผู้ร้องเรียน แต่กระหม่อมเชื่อว่าแม่ทัพเยว่บริสุทธิ์ แม่ทัพเยว่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม มุ่งหมายเพื่อแผ่นดินเพียงหนึ่งเดียว เหล่าทหารและขุนพลใต้บัญชาต่างเคารพรักแม่ทัพเยว่และภักดีต่อเขาสุดหัวใจ ได้ยินว่าเมื่อเขายกทัพไปจงซานฝู่ ชาวบ้านต่างพากันไปรอต้อนรับริมทาง ร้องตะโกนว่าเยว่เฟย...”
จางจวิ้นยิ่งกล่าวก็ยิ่งได้ใจ
“ร้องตะโกนว่าเยว่เฟยอะไร”จ้าวหนิงถาม
จางจวิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ร้องตะโกนว่าเยว่เฟยจงเจริญพ่ะย่ะค่ะ!”
“อ้อ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”
“แม่ทัพเยว่ย่อมภักดีต่อฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”จางจวิ้นเปลี่ยนเรื่องฉับพลัน “แต่...”
ความสามารถในการกลับดำเป็นขาวและจงใจพูดให้คลุมเครือของจางจวิ้น หาใช่คนทั่วไปจะเทียบได้ไม่
จ้าวหนิงเองก็รับลูกเขาเป็นอย่างดี แล้วถามต่อว่า “แต่สิ่งใด”
“แต่คนใต้บัญชาอาจไม่ได้ภักดีต่อฝ่าบาท พวกเขาล้วนยึดแม่ทัพเยว่เป็นหลัก หากวันหนึ่ง...”
