ทหารม้าเกราะเหล็กแห่งซีเซี่ยมิได้มีเพียงพลังป้องกันสูงส่ง หากความคล่องแคล่วว่องไวยังน่าพรั่นพรึงยิ่งนัก
พวกเขาควบย่ำหิมะ พุ่งคำรามเข้าใส่แนวป้องกันของกองทัพซ่งที่อยู่ถัดไปด้านหลัง
“แย่แล้ว! เร่งกลับไปตั้งรับ...”
เถียนจง ตูอวี้โหวปีกขวา ร้องตะโกน ทว่าก็สายเกินไปแล้ว
ทหารม้าเหล็กซีเซี่ยฉีกแนวป้องกันที่อ่อนแอที่สุดด้านหลังของกองทัพซ่ง ก่อนจะชูขวานบุกทะลวงเข้าไปประหนึ่งหักกิ่งไม้ผุ ท่ามกลางภาพเลือดเนื้อปลิวว่อน
แนวป้องกันของกองทัพซ่งถูกฉีกกระชากจนเลือดสาดให้เห็นชัดด้วยตาเปล่า
ผู้คนนับไม่ถ้วนถูกชนกระเด็นในชั่วพริบตา บ้างถูกขวานผ่าสมอง บ้างถูกแรงพุ่งทะยานอันน่าสะพรึงบดขยี้และเหยียบย่ำ ก่อนจะลาจากโลกนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
ทหารม้าซีเซี่ยระลอกแล้วระลอกเล่าควบคำรามตามมา แปรเป็นกระบี่เหล็กที่ไร้สิ่งใดต้านทานกลางพายุหิมะ ฉีกม่านน้ำแข็งแห่งเหมันตฤดูออก!
ในที่สุดชาวซีเซี่ยก็พบจุดอ่อนที่สุดของกองทัพซ่ง
เมื่อบุกทะลวงเข้าไป พวกเขาก็แปรขบวนเป็นคลื่นเหล็กเรียงราย กดแนวทัพซ่งให้พังทลายลงทีละชั้น
ภายใต้แรงกระแทกจากเหล็กกล้า ร่างเลือดเนื้อแหลกสลาย กระดูกและเส้นเอ็นหักสะบั้น ศีรษะกลิ้งเกลื่อน ไส้พุงกับสมองปะปนกับสายลมหิมะ กลายเป็นดอกไม้แห่งความตายดาษดื่น
ทหารซ่งบางส่วนพยายามใช้ร่างกายขวางการพุ่งชนของทหารเกราะเหล็กซีเซี่ย แต่ไม่นานก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นความพยายามอันสูญเปล่า
เมื่อทหารม้าเหล็กอันน่าสะพรึงก่อตัวเป็นคลื่นพุ่งกระแทก พวกมันแทบเหยียบทุกสิ่งให้กลายเป็นกองเนื้อเละ
ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์นับไม่ถ้วนต้องลาจากครอบครัวไปตลอดกาล
หลังต้านทานล้มเหลวหลายครั้ง ปีกขวาของกองทัพซ่งก็ถูกตัดขาดออกจากกัน สูญสิ้นกำลังต่อต้านโดยสิ้นเชิง
ทว่าทหารม้าซีเซี่ยยังไม่หยุดบุก กลับถาโถมดุจพายุหมุนเข้าใส่กองกลางของกองทัพซ่ง
“รายงาน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” หน่วยลาดตระเวนรุดเข้ามาอย่างลนลาน “ท่านรองตูถ่งหลิว ทหารม้าซีเซี่ยลอบจู่โจมด้านหลังปีกขวาของเรา ปีกขวากำลังปั่นป่วนขอรับ!”
