ราตรีมืดดำดุจหมึกปกคลุมทั่วทั้งโลก
บนทางแคบระหว่างหุบเขา ผู้คนกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิง เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
ลมและหิมะปะทะใบหน้าพวกเขา ทว่าทุกคนกลับไม่ใส่ใจ
หลังพักเพียงสองชั่วยามกว่า กองกำลังของหลิวรุ่ยก็ออกเดินทางอีกครั้ง
สำหรับหลิวรุ่ยแล้ว เวลาเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่ง
หลิวฉีให้หลิวซีไปตั้งรับที่ค่ายเว่ยหรง เพื่อดึงความสนใจของชาวซีเซี่ย ส่วนหลิวรุ่ยมีเป้าหมายก่อการจู่โจมเหนือความคาดหมาย
เมื่อเป็นกองกำลังจู่โจม ก็ต้องเคลื่อนที่ให้รวดเร็ว
เปลวไฟตามป่าเขาเหล่านั้นช่างริบหรี่ท่ามกลางลมและหิมะ ราวกับพร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อ
“รายงาน! อีกยี่สิบลี้เบื้องหน้าคือค่ายเว่ยหรง พ้นช่องเขานั้นไปก็จะเป็นที่ราบ”
หน่วยลาดตระเวนนำข่าวกลับมา
“ยังไม่พบยามเฝ้าการณ์ของชาวซีเซี่ย”
หลิวรุ่ยกล่าวว่า “ไปสืบต่อ อย่าประมาทเป็นอันขาด”
“ขอรับ!”
ลมและหิมะในหุบเขายิ่งทวีความรุนแรง ราวกับทั่วฟ้าดินเหลือเพียงเสียงพายุหิมะ ทว่าไม่ว่าขุนเขาสายน้ำหรือลมหนาวและน้ำแข็งหิมะ ก็ไม่อาจขวางพวกเขาได้
ผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงช่องเขานั้น
รอบด้านไร้ยามซีเซี่ยจริงดังว่า
หลิวรุ่ยกล่าวว่า “แปลกนัก เหตุใดชาวซีเซี่ยจึงไม่ส่งยามมาเฝ้าที่นี่เลย?”
“พวกเราตรวจค้นอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีทหารยามจริงขอรับ”
ฟ้าสางรำไร
แนวสันเขาเริ่มปรากฏให้เห็น คล้ายสัตว์ยักษ์หมอบอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน ดูน่าเกลียดน่ากลัว
หลิวรุ่ยตรวจสอบสภาพของทุกคนอย่างละเอียด ก่อนสั่งให้ทุกคนกินมื้อเช้าโดยเร็ว
