เหมยจื้อลี่กำลังจะออกไป จ้าวกวนเจียก็เรียกเขาไว้
“เงินเดือนขุนนางยังพอมีส่วนใดให้ประหยัดได้อีกหรือไม่?”
เหมยจื้อลี่กล่าวว่า “ฝ่าบาท บัดนี้ราชสำนักกำลังปรับปรุงระเบียบขุนนาง จนเกิดเสียงครหาไม่น้อย หากลดเงินเดือนลงอีก เกรงว่าจะไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”
“เราไม่ได้บอกว่าจะลดเงินเดือน”
เรื่องเงินเดือนนั้น หากจะขึ้นย่อมง่ายดาย แต่หากจะลดกลับยากยิ่ง
ยามนี้ราชสำนักใช้มาตรการเข้มงวดกับเหล่าขุนนาง ย่อมลดเงินเดือนไปตามอำเภอใจไม่ได้ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการล่วงเกินขุนนางทั้งระบบจริง ๆ
เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่ฝ่ายปฏิรูปก็ยังมีเสียงครหา
การประหยัดเงินมิใช่ทำกันเช่นนั้น
ยามเพิ่มรายรับและลดรายจ่าย ก็ยังต้องรักษาความกระตือรือร้นในการปฏิบัติหน้าที่ของขุนนางไว้ด้วย
เหมยจื้อลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบไป
จ้าวหนิงกล่าวว่า “ขุนนางที่เกษียณแล้ว สมควรพิจารณาลดสวัสดิการทั้งหมดตามสมควรหรือไม่”
“ฝ่าบาท ขุนนางที่เกษียณจากราชการส่วนใหญ่อยู่ที่ลั่วจิงกับอิงเทียน พวกเขายังคงมีอิทธิพลไม่น้อย หากลดเบี้ยบำนาญของพวกเขา เกรงว่า...”
“มีอยู่เท่าไร?”
“จำนวนคนอยู่ที่ลี่ปู้ (กรมขุนนาง) กระหม่อมไม่มีข้อมูลพ่ะย่ะค่ะ”
“เราถามถึงเงิน”
“หากคำนวณเบี้ยบำนาญของขุนนางที่เกษียณทั้งหมดแล้ว น่าจะมีราวสองล้านก้วนพ่ะย่ะค่ะ”
สองล้านก้วน!
ราชวงศ์ต้าซ่งนี้มิได้เพียงดูแลขุนนางที่ยังดำรงตำแหน่งอย่างดีเป็นพิเศษ แม้แต่ผู้เกษียณแล้วก็ยังได้รับการเอาใจใส่อย่างยิ่ง
จ้าวหนิงมิได้คิดจะตัดเบี้ยบำนาญทั้งหมด อย่างไรเสีย บางคนก็อุทิศตนเพื่อแผ่นดินมาทั้งชีวิต การดูแลยามชราถือเป็นเรื่องสมควร
ทว่า การดูแลผู้สูงอายุของราชวงศ์ต้าซ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ถูกต้อง เบี้ยบำนาญสูงเกินไปจนน่าตกใจ
บัดนี้จ้าวติ่งกำลังจัดระเบียบระบบแต่งตั้งตำแหน่งจากบุญคุณบรรพชน ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จำนวนตำแหน่งขุนนางในราชสำนักจะถูกลดลงในระดับหนึ่ง
