“ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพเราจะมุ่งลงใต้สู่แม่น้ำหวงเหอ บุกเปี้ยนจิง ตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง มุ่งตรงสู่อิงเทียน จากนั้นตีสวี่ชางแตก บุกหนานหยางต่อ แล้วใช้กองทหารชั้นยอดพิชิตเซียงหยาง ก่อนมุ่งลงใต้สู่จิงหู ถึงยามนั้นจ้าวกวนเจียก็ทำได้เพียงนั่งอยู่ในวังลึก มองแผ่นดินของตนถูกกองทัพเราบดขยี้จนแตกสลาย!”
“อ้อ เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปตีอิงเทียน เจ้ากล้าไปหรือไม่?”
“กระหม่อมยินดีไปพ่ะย่ะค่ะ!”
“ดี ใครก็ได้ จงตบรางวัลกองทัพหลี่เฉิงอย่างงาม ให้ทุกคนตระเตรียมเสบียงและเครื่องมือสำหรับตั้งค่ายให้พร้อม เปลี่ยนม้า แล้วประกาศกฎทัพต้าจิน ผู้ใดกล้าฝ่าฝืนกฎทัพ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือนายกอง ล้วนประหารโดยไม่ละเว้น!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงลงไปเบิกเสบียงและยุทโธปกรณ์
หานฉางกล่าวว่า “องค์ชาย หลี่เฉิงผู้นี้ทะเยอทะยานยิ่ง เกรงว่า...”
“เมื่อใช้คนก็ต้องไม่ระแวง เขามีพรสวรรค์ด้านการนำทัพ!”
“องค์ชายทรงมีพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้ทั้งกองทัพถอนค่าย มุ่งข้ามแม่น้ำหวงเหอลงใต้โดยเร็ว ข้าจะไปพบจ้าวกวนเจียด้วยตนเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
วันที่ 3 เดือนสิบสอง กองทัพจินอูจู๋มาถึงเมืองฉือโจว เขาจัดระเบียบกองทัพของอิ๋นซู่เข่อใหม่ทันที จากนั้นอ้อมเมืองฉือโจวและเมืองเซียงโจว มุ่งหน้าถึงแม่น้ำหวงเหอ
ยามนั้นระดับน้ำในแม่น้ำหวงเหอต่ำมาก ผิวน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว
ก่อนข้ามแม่น้ำหวงเหอ อูจู๋ยังคงรอบคอบ เขาสั่งให้คนนำรายงานทัพไปส่งยังหลงเต๋อฝู่ แจ้งข่าวแก่ว่านเหยียนจงหานซึ่งกำลังล้อมเมืองอยู่ว่าตนข้ามแม่น้ำหวงเหอมาแล้ว
เขารู้จักนิสัยของจงหานดี หากตีเมืองซ่างตั่งในหลงเต๋อฝู่ไม่แตก จงหานย่อมไม่ยอมอ้อมเส้นทางไปโดยง่าย
แนวรบทางตะวันตกของเทือกเขาไท่หางย่อมต้องดุเดือดยิ่ง
