อวี่เหวินซวี่จงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมาย แล้วรีบกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับหลู่กั๋วกง ขอแสดงความยินดีกับหลู่กั๋วกง”
“ฮ่า ๆๆ ข้ามีวันนี้ได้ เจ้าก็มีความดีความชอบไม่น้อย”
อวี่เหวินซวี่จงเผยสีหน้าฉงน
ว่านเหยียนชางกล่าวว่า “เส้นทางการค้าระหว่างซ่งกับจินที่เจ้าดูแล ตอบสนองความต้องการของขุนนางและชนชั้นสูงในต้าจินไม่น้อย นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่พวกเขาสนับสนุนข้า”
“การได้ทำงานรับใช้หลู่กั๋วกง นับเป็นเกียรติของข้าน้อยขอรับ”
ว่านเหยียนชางกระซิบข้างหูอวี่เหวินซวี่จงว่า “ในราชสำนักมีผู้เห็นชอบกับสันติ ฝ่าบาททรงส่งคนไปเรียกอูจู๋กลับเมืองหลวงแล้ว หากอูจู๋ไม่กลับ ก็เท่ากับขัดราชโองการ ข้าจะจับตัวอูจู๋เสีย”
“หลู่กั๋วกงปราดเปรื่องยิ่งนัก” อวี่เหวินซวี่จงกล่าวเสียงเบาเช่นกัน
“วันนี้ดื่มให้เต็มที่ ดื่มจนเมามายจึงค่อยกลับ”
“ขอรับ”
อวี่เหวินซวี่จงนั่งดื่มอยู่ด้านข้าง ระหว่างนั้นยังมีผู้คนไม่น้อยเข้ามาคารวะสุรา
เมื่อเลี้ยงสุราสิ้นสุดลง ทุกคนต่างแยกย้าย ภายในโถงเหลือเพียงหลู่กั๋วกงกับอวี่เหวินซวี่จง ว่านเหยียนชางเมามายจนไม่ได้สติแล้ว
อวี่เหวินซวี่จงเดินเข้ามาแล้วกล่าวว่า “หลู่กั๋วกง หลู่กั๋วกง...”
“มีเรื่องอันใด?”
“ข้าน้อยมีข้อสงสัยอยู่บ้าง”
“สงสัยเรื่องใด?”
อวี่เหวินซวี่จงมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ เขาจึงกระซิบว่า “หากอ๋องเว่ยไม่ยอมกลับซ่างจิง แล้วนำทหารมาที่เยียนจิง ควรทำเช่นไร?”
“วางใจเถิด อ๋องเว่ยไม่กล้าหรอก”
“หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันเล่า?”
ว่านเหยียนชางลุกขึ้นนั่ง มองอวี่เหวินซวี่จงพลางกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเริ่มขบคิดถึงปัญหาที่อีกฝ่ายยกขึ้นมา
