เช้าตรู่วันนั้น เหล่าขุนนางสำนักบูรพาที่มาทำงานต่างได้ยินข่าวแล้วมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป
ขุนนางทั้งหกกรมสำนักซั่งซูต่างพากันแตกตื่น หนังสือรายงานจากที่ว่าการอำเภอทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้าสำนักซั่งซูไม่ขาดสาย
ในหนังสือเหล่านั้น ปัญหาต่าง ๆ ถูกบรรยายว่าร้ายแรงถึงขีดสุด
หากผู้ไม่รู้เรื่องได้อ่านหนังสือรายงานเหล่านี้ คงนึกภาพออกเพียงอย่างเดียวว่า ต้าซ่งกำลังจะสิ้นชาติ!
ฝ่ายปฏิรูปต่างลนลาน มุ่งหน้าไปยังห้องโย่วผูเย่ (เสนาบดีฝ่ายขวา) หมายจะไปพบจ้าวติ่ง
ฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็พากันไปยังสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นที่ทำงานของซั่งซูจั่วเฉิง เพื่อไปพบไช่เม่า
เหล่าขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมต่างยินดีจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
เฮ้อ สะใจจริง ๆ!
ยามนี้เกิดจลาจลกันแล้ว ดูสิว่าพวกฝ่ายปฏิรูปยังจะวางอำนาจได้อีกหรือไม่!
ไช่เม่านั่งชงชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้าย พลางจัดการเอกสารราชการ
หลี่ฉุนโย่วกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่ เมื่อเข้ามาในสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ท่านไช่ช่างมีอารมณ์สุนทรีย์ยิ่งนัก”
“มีธุระอันใด?”
“ไม่มีธุระใดขอรับ เพียงมารายงานผลการประเมินของลี่ปู้”
คนอื่น ๆ ต่างกล่าวว่าไม่มีธุระเช่นกัน เพียงมารายงานงานราชการตามปกติ ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขามาที่นี่เพราะเหตุใด
พวกเขารู้ดีว่าการผลักดันนโยบายใหม่กำลังประสบปัญหาใหญ่ แต่กลับทำทีไม่รู้เรื่อง ทั้งยังรอให้ฝ่ายปฏิรูปก่อเรื่องจนถูกจ้าวกวนเจียตำหนิ
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังรอให้นโยบายใหม่ล่มสลาย
กล่าวถึงฝ่ายปฏิรูปที่กำลังขวัญเสียอยู่ในห้องโย่วผูเย่ กับฝ่ายอนุรักษนิยมที่กำลังรื่นเริงอยู่ในสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้าย
ภายในตำหนักเหวินเต๋อ จ้าวหนิงอ่านรายงานจบก็มีรับสั่งให้จางซูเย่ระดมกำลังทหารทันที
