ฝูงสุนัขตื่นเต้นกลุ่มหนึ่งกำลังเห่าระงมอยู่ใกล้ประตูเมืองอำเภอ
เมื่อเยว่เฟยนำคนเข้ามา ฝูงสุนัขก็แตกตื่นวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงทันที
ถึงขั้นมีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งเร็วเกินไปจนไม่ทันมองทาง ชนเข้ากับมุมกำแพง ร้องโหยหวนสองครั้ง ก่อนกลิ้งคลุกคลานหนีไป
ยามนี้ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอถูกผู้คนปิดล้อมแน่นขนัดทั้งด้านในและด้านนอก
บุรุษร่างท้วมดำคนหนึ่งมีหนวดเคราครึ้มเต็มปาก มือถือกระบองเหล็ก ยืนอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ ดวงตากลมโตดุจระฆังจ้องเขม็งไปยังบัณฑิตตรงหน้า
“แซ่ซุน เจ้าดูสิ บัดนี้ทุกคนไม่ได้ทำงานอยู่ในท้องนา แต่ถูกบีบให้มารวมตัวกันที่ที่ว่าการอำเภอ เจ้าว่าเรื่องดีงามนี้เป็นฝีมือผู้ใด?”
บัณฑิตแซ่ซุนยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเขียวช้ำไปทั่ว
“หวังเหล่าลิ่ว! นี่เป็นนโยบายใหม่ที่ราชสำนักประกาศใช้ พวกเจ้าคิดจะก่อกบฏ...”
สิ้นเสียง หวังเหล่าลิ่วก็ตบฉาดใส่เขาจนล้มลงกับพื้น ก่อนกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียมว่า “ตี! ตีให้หนัก! ให้มันรู้ว่าใครคือฟ้าของอำเภอเว่ยซื่อ!”
ผู้คนรอบข้างพากันกรูเข้ามา เริ่มชกต่อยเตะถีบซุนเหยี่ยน
ประตูที่ว่าการอำเภอเว่ยซื่อถูกลงกลอนแน่นหนา ไม่มีใครกล้าออกมา จือเซี่ยนหลบอยู่ข้างใน ตัวสั่นงันงกไม่กล้าออกมา
ชาวบ้านในอำเภอเว่ยซื่อต่างหลบอยู่ในบ้าน ไม่กล้าขยับเขยื้อน
ในยามนั้นเอง กองทหารหลายขบวนก็ควบมุ่งหน้ามาทางนี้
ฝูงชนหน้าที่ว่าการอำเภอต่างหันไปมองพร้อมกัน ครั้นเห็นทหารสวมเกราะ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
เหตุใดในอำเภอเว่ยซื่อจึงมีกองทัพได้?
นายทหารผู้หนึ่งตะโกนลั่น “ทุกคนหยุดมือ!”
“อย่ากลัวไป!” หวังเหล่าลิ่วตะโกนเสียงดัง “พวกเรามีคนมาก พวกมันไม่กล้าลงมือกับเราหรอก วันนี้หากจือเซี่ยนไม่ออกมาให้คำชี้แจงแก่ทุกคน ก็อย่าหวังว่าจะจบเรื่อง!”
