หลิวอวี้ละทิ้งเส้นทางหลวง แล้วเลือกใช้ทางเล็กอันลับตา
“หลิวหลิน!”
“ข้าน้อยอยู่ที่นี่!”
“เรามอบกำลังพลสามหมื่นนายแก่เจ้า จงนำทัพเข้าเมืองเซินโจวในชั่วข้ามคืน ติดต่อกับจางหวยจื้อให้ได้ และต้องรวมพลกับเขาภายในห้าวัน หลังจากพบกับจางหวยจื้อแล้ว ให้รอหลี่ซานเอ๋อร์”
หลิวอวี้ดูฮึกเหิมเปี่ยมความทะเยอทะยาน
แท้จริงแล้ว ครานี้แคว้นจินให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มกำลัง
นอกจากส่งคนมาชี้แนะยุทธวิธีแล้ว ยังมอบเกราะเหล็กกับม้าศึกจำนวนหนึ่งให้ด้วย
ราวกับพญาอินทรีกำลัง “เอ็นดู” บรรดาบุตรชายของตน
เมื่อผู้มีอำนาจในแคว้นจินต้องการบั่นทอนต้าซ่งในช่วงพักรบ ย่อมหวังให้หลิวอวี้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาบ้าง
แม้แต่ยุทธศาสตร์การโจมตีซ่งในครานี้ ก็เป็นผู้มีอำนาจระดับสูงของแคว้นจินที่วางแผนให้
ยุทธศาสตร์นี้มาจากการประเมินสถานการณ์โดยรวมของว่านเหยียนซีอิน อัจฉริยะด้านยุทธศาสตร์การทหารแห่งแคว้นจิน
หัวใจสำคัญของแผนนี้คือการลวงตะวันออกจู่โจมตะวันตกอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด
เพราะแคว้นฉีเพิ่งสถาปนาขึ้น หากต้าซ่งรู้ว่าแคว้นฉีตั้งตนเป็นรัฐแล้ว ก็ไม่มีทางคาดคิดว่าแคว้นฉีจะยกทัพในวันขึ้นปีใหม่
นี่คือความรวดเร็ว!
ส่วนความแม่นยำ คือการระดมกำลังพลจำนวนมหาศาลบุกตรงไปยังต้าหมิงฝู่!
ส่วนความเด็ดขาด คือไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น บุกไปถึงต้าหมิงฝู่เพื่อดึงดูดกองทัพซ่งให้ยกไปช่วยที่นั่น
แต่การลวงตะวันออกจู่โจมตะวันตกนั้น หมายถึงประกาศว่าจะบุกต้าหมิงฝู่ ทว่าความจริงแล้วกลับโจมตีแนวตะวันออกที่อ่อนแอ
“จำไว้ เจ้าต้องรวบรวมทหารห้าแสนนายที่เมืองเซินโจว แล้วค่อยเคลื่อนทัพลงใต้ยึดต้าหมิงฝู่ เข้าใจหรือไม่?”
“ข้าน้อยรับบัญชา!”
วันที่ 2 เดือน 1 หลิวหลิน บุตรชายของหลิวอวี้ นำกำลังพลสามหมื่นนายเข้าเมืองเซินโจว
เวลานี้ ภายในเขตต้าซ่งมีคนบางส่วนสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเหอเจียนฝู่ จึงส่งคนไปสืบข่าวอย่างละเอียด
ท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่ยังไม่แน่ชัดนักว่า มีกองทัพใหญ่จากทางเหนือเคลื่อนลงมา
