“กำลังพลในเมืองเล่า?” เสอเข่อฉิวถามเสียงเย็นชา
เขาหมายถึงกำลังพลของเสออู่
ทหารส่งสารกล่าวว่า “กำลังพลตรงประตูเมืองยังคงเผชิญหน้ากับกองทัพซ่ง ยังไม่อาจฝ่าแนวป้องกันของกองทัพซ่งได้ขอรับ!”
“ส่งคำสั่ง! หากยังตีฝ่าแนวป้องกันกองทัพซ่งไม่ได้ก่อนยามระกา แม่ทัพนำศีรษะมาพบข้า!” เสอเข่อฉิวกล่าวอย่างเดือดดาล
“ขอรับ!”
เสออู่รู้สึกกลัดกลุ้มยิ่งนัก
กองทัพซ่งเจ้าเล่ห์เหลือเกิน หรือควรกล่าวว่าอู๋เจี้ยเจ้าเล่ห์นัก ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้คิดจะโจมตีเมืองเป่าเต๋อ แต่ขุดคูเมืองไว้มากมายด้านนอกประตูเมืองเป่าเต๋อ
อย่าว่าแต่ทหารม้าเลย แม้แต่ทหารราบก็ยากจะบุกฝ่าข้ามไป
การเผชิญหน้าตรงปากประตูเมืองจึงกลายเป็นการเผชิญหน้าจริง ๆ
คำสั่งทหารจากเสอเข่อฉิวส่งมาเร่งรัดแล้วเร่งรัดอีก เสออู่ร้อนใจจนแทบลุกเป็นไฟ กำลังพลของเขาต่อกรกับกองทัพซ่งนอกประตูเมืองอย่างยากลำบาก ทว่ากลับไม่อาจเปิดศึกประจัญบานได้เสียที
หากเสออู่ฝ่าแนวป้องกันของกองทัพซ่งได้จริง กองทัพตระกูลเสอในเมืองเป่าเต๋อคงโถมเข้าโจมตีปีกข้างของกองทัพซ่งระลอกแล้วระลอกเล่า สร้างความเสียหายแก่ฝ่ายซ่งไม่น้อย
ผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะยังไม่อาจรู้ได้
ทว่าในสนามรบ สิ่งสำคัญคือการช่วงชิงความได้เปรียบก่อน
ทหารม้าของกองทัพซ่งฝ่าแนวข้าศึกไปได้ก่อน ผลกระทบต่อเนื่องดุจปีกผีเสื้อเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ยามเซินผ่านพ้นไปแล้ว ยามโพล้เพล้ แสงตะวันยามอัสดงแดงฉานดุจโลหิต
ม้าศึกพ่นไอร้อน เลือดแข็งตัวอยู่ใต้กีบเหล็ก
ทัพหน้าของทั้งสองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ทหารม้ากองทัพซ่งฉีกแนวด้านข้างของทัพหน้าของกองทัพตระกูลเสอ แล้วควบทะลวงเข้าไปอย่างรวดเร็ว ตัดแบ่งทัพหน้าออกเป็นส่วน ๆ
