“วิธีที่ดีที่สุดคือ จัดสรรปืนใหญ่เช่นนี้ให้กองละ 50 กระบอก”
ตามการจัดกำลังพลของต้าซ่งในปัจจุบัน หนึ่งกองมีทหารราว 3,000 นาย
“หากยึดตามการจัดกำลังของกองทัพรักษาพระองค์ เหลียวตงมีทหารรักษาพระองค์ 30,000 นาย ก็ต้องจัดสรรปืนใหญ่ 500 กระบอก” จางซูเย่กล่าว “เมื่อคำนวณทั้งค่าวัตถุดิบทองแดง ฝีมือการผลิต การทำเหมือง และการขนส่งแล้ว ปืนใหญ่หมอบเสือหนึ่งกระบอกต้องใช้เงิน 150 พวง ยังไม่รวมลูกปืนใหญ่”
“ปืนใหญ่หมอบเสือกระบอกหนึ่งหนักเพียง 36 จิน เหตุใดจึงต้องใช้เงินถึง 150 พวง?”
จางซูเย่กล่าวว่า “หลัก ๆ เป็นเพราะทองแดงมีราคาแพง ทั้งการขนส่งและการทำเหมืองในยามนี้ยังมีอุปสรรค อีกทั้งขั้นตอนการหล่อก็สิ้นเปลืองวัตถุดิบอยู่มาก”
“ราชสำนักหล่อเหรียญทองแดงปีละ 2 ล้านพวง ในความเห็นของเรา หลายแห่งในยามนี้ไม่ใช้เหรียญทองแดงกันแล้ว มิสู้เอามาหล่อปืนใหญ่ทองแดงเสียเลย!”
“เรื่องนี้ทำไม่ได้ เหรียญทองแดงเป็นเงินตราที่ใช้แลกธนบัตรเจียวเฉา จะลดปริมาณสำรองตามอำเภอใจไม่ได้”
“ในยามคับขัน หยิบมาใช้สักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ชาวบ้านมิใช่แลกเหรียญทองแดงเป็นธนบัตรเจียวเฉากันไปมากมายแล้วหรือ?” จ้าวหนิงมิได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก “เหรียญเหล่านั้นล้วนเก็บอยู่ในธนาคาร เราไม่ได้คิดจะแตะต้องเหรียญเหล่านั้น เพียงแต่เหรียญทองแดงที่ราชสำนักหล่อขึ้นในแต่ละปี ไม่ต้องหล่ออีกแล้ว เอามาหล่อปืนใหญ่โดยตรง”
ลวี่อี้ห้าวกล่าวว่า “เช่นนี้ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เมื่อส่งปืนใหญ่ไปเหลียวตง หากเกิดสงครามขึ้นจริง ชาวจินก็อาจยึดปืนใหญ่ได้จากสนามรบ แล้วนำกลับไปลอกเลียนแบบ เราจำต้องเร่งหล่อปืนใหญ่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
จางซูเย่ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “หากเป็นเช่นนั้น ก็คงทำได้เพียงเท่านี้”
