ภายในปราสาทตระกูลทาทาระยังคงสงบรื่นรมย์ดังเดิม
เหล่าขุนนางกำลังชื่นชมบทกวี ภาพวาด และท่วงทำนองของต้าซ่งอย่างละเมียดละไม
บางคนก็ดีใจที่เพิ่งได้สวมเสื้อคลุมผ้าไหมซึ่งขนส่งมาจากต้าซ่ง
ขุนนางหลายคนกำลังอวดสบู่ซีหูที่เพิ่งนำเข้าจากหางโจวในงานชุมนุม บนก้อนสบู่สลักลวดลายวิจิตร ทั้งยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
ทันใดนั้น เสียงตีฆ้องก็ดังแว่วมาจากด้านนอก
ผู้คนบนถนนต่างมองไปด้วยความตื่นตระหนก
ระฆังในจวนเจ้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ใจกลางปราสาทก็ดังขึ้นเช่นกัน
ชั่วขณะนั้น ผู้คนที่กำลังสำราญใจต่างหันไปมองทางนั้นอย่างหวาดหวั่น
เสียงระฆังนี้หมายความว่ามีศัตรูจากภายนอกบุกมา
ครั้งก่อนที่มีเสียงระฆังเช่นนี้ดังขึ้นก็เมื่อหลายปีก่อน
ครั้งนั้นมีกลุ่มโจรสลัดโครยอยกพลขึ้นฝั่ง แล้วบุกมาถึงบริเวณใกล้ปราสาทอย่างรวดเร็ว ก่อนเผาฆ่าและปล้นชิง
ด้วยเหตุนี้ ปราสาทตระกูลทาทาระจึงส่งคนออกไปหลายร้อยคน ว่ากันว่ามีผู้เสียชีวิตในสนามรบกว่าร้อยคน กว่าจะขับไล่โจรสลัดโครยอเหล่านั้นไปได้
ทว่านานาพื้นที่เพาะปลูกนอกเมืองถูกทำลาย ผลผลิตในปีนั้นจึงย่ำแย่อย่างยิ่ง
สำหรับผู้คนในปราสาทตระกูลทาทาระ เรื่องนั้นเป็นเหตุร้ายที่เพียงเอ่ยถึงก็ทำให้หวาดผวา
บัดนี้ เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง
มีคนร้องตะโกนด้วยความตื่นกลัวว่า “หรือโจรสลัดโครยอพวกนั้นจะกลับมาอีกแล้ว!”
ผู้คนเห็นคนขี่ม้าหลายคนควบออกจากเมืองไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไปทำสิ่งใด
ไม่นานนัก ชาวนาที่กำลังทำงานอยู่ในท้องนาตามหมู่บ้านนอกเมืองก็ได้รับข่าว
“ทุกคนจงเก็บเสบียงอาหารทั้งหมดให้เรียบร้อย แล้วเข้าเมือง ผู้ใดละเลยคำสั่ง ประหารโดยไม่ละเว้น!”
