ทันทีที่เขาพูดจบ ชาวนารอบข้างต่างเงยหน้ามองมา
ส่วนมือปราบเหล่านั้นกระจายตัวออกไปแล้ว เริ่มวางท่าออกคำสั่งเสียงดังว่า “ได้ยินกันหมดแล้วใช่หรือไม่ เอาเสบียงทั้งหมดมาให้พวกข้า!”
“ใต้เท้าท่านนี้ มีเรื่องอันใดหรือ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเงยหน้าขึ้น มือขวาถือเคียว มือซ้ายถือรวงข้าวที่เพิ่งเกี่ยวมา
อีกฟากหนึ่งของท้องนา มีกองรวงข้าวอยู่ไม่น้อย
ใบหน้าของทุกคนล้วนเปื้อนรอยยิ้ม ปีนี้มีเสบียงพอสำหรับผ่านฤดูหนาวแล้ว
“ข้าบอกถังเหล่าซานแล้วมิใช่หรือ ต้นปีนี้ทางอำเภอออกคำสั่งให้เปลี่ยนนาข้าวเป็นสวนหม่อน เจ้าเห็นคำสั่งทางการเป็นเพียงลมผ่านหูหรือไร!” มือปราบผู้นั้นตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
“นี่...” ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกล่าวว่า “พวกเรารอเงินช่วยเหลือที่ทางอำเภอแจ้งไว้มาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา หากเปลี่ยนไปปลูกต้นหม่อนกันหมด แล้วพวกเราจะกินอะไร?”
“เลิกพูดเหลวไหล! สั่งให้เปลี่ยนก็ไม่ยอมเปลี่ยน ขัดขืนคำสั่งราชสำนัก บัดนี้จงส่งเสบียงออกมาให้หมด!”
ชาวนาอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ รีบกล่าวขึ้นว่า “หากพวกเรามอบเสบียงให้พวกท่าน แล้วจะกินอะไร?”
“พวกเจ้าจะกินอะไรเกี่ยวอะไรกับข้า! ผู้ใดไม่ปลูกต้นหม่อน เสบียงทั้งหมดต้องยึดเป็นของหลวง!”
“เหตุใดกัน!” คนอีกหลายคนพากันล้อมเข้ามา
“เลิกพูดเหลวไหล นี่เป็นคำสั่งของใต้เท้าจือเซี่ยน (นายอำเภอ)!”
“พวกท่านเอาเสบียงไปหมด แล้วพวกเราจะกินอะไร?” ถังเหล่าซานตะโกนเสียงดัง
“ตะโกนอะไรกัน!” มือปราบหลายคนกับทหารท้องถิ่นที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามา
ในมือพวกเขามีดาบและธนู
“อย่างไร? พวกเจ้าคิดจะต่อต้านราชสำนักหรือ? โทษนี้ถึงขั้นประหารชีวิต!” มือปราบที่ชื่อเฉินจื้อตะโกนลั่น
