โม่โฉวกล่าวว่า “ฝ่าบาท หากกระหม่อมจำไม่ผิด ท่านเฉินชานเจิ้งมีส่วนร่วมในการวางนโยบายใหม่เรื่องธนาคารในเส้นทางเหอตงและการให้กู้ยืมแก่ที่ว่าการเมืองต่าง ๆ เพื่อซ่อมแซมถนน ทั้งยังผลักดันความร่วมมือระหว่างห้างการค้าชาวบ้าน ห้างการค้าของหลวง และที่ว่าการท้องถิ่น นับว่ามีความดีความชอบอย่างยิ่งต่อการซ่อมแซมถนนหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
ตามการจัดวางปู้เจิ้งซือแบบใหม่ ตำแหน่งจั่วชานเจิ้งมีหน้าที่ดูแลการคลังตลอดเส้นทางหนึ่ง
นี่ก็เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของราชสำนัก
ในอดีตราชวงศ์ต้าซ่ง ราชสำนักสนับสนุนการค้าอย่างแท้จริง ทว่าระบบด้านทุนการเงินยังไม่สมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ทุนการเงินคือสิ่งเร่งให้การค้าขยายตัว
หากต้องการพัฒนาการค้า ก็เป็นไปไม่ได้หากไร้ทุนการเงินที่มีระเบียบแบบแผน
ธนาคารถือกำเนิดขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานด้านการค้าของจ้าวหนิง
ธนาคารในฐานะศูนย์กลางควบคุมการเงิน แบ่งเป็นสาขาท้องถิ่นและธนาคารใหญ่แห่งเมืองหลวง
ธนาคารใหญ่มีอำนาจพิมพ์ธนบัตร ส่วนสาขาย่อยไม่มีสิทธิ์พิมพ์ธนบัตร
อำนาจในการหล่อเงินตรานี้ เริ่มถูกรวบเข้าสู่เมืองหลวงตั้งแต่สมัยฮั่นอู่ตี้
แต่สาขาย่อยสามารถให้ห้างการค้ากู้ยืมเงินได้
โดยนำเงินของธนาคารออกให้กู้ เพื่อให้ห้างการค้ามีทุนเพียงพอสำหรับขยายการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
ส่วนห้างการค้าจะชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนแก่ธนาคารในอีกหลายปีข้างหน้า หลังมีผลกำไร
นี่คือหนึ่งในวิธีบริหารเศรษฐกิจมหภาคอันเป็นแบบฉบับของศตวรรษที่ 21
แน่นอนว่า ในบรรดาห้างการค้าอันซับซ้อนและสมบูรณ์พร้อมของศตวรรษที่ 21 นั้น ทุนไม่ได้มีเพียงจากธนาคาร ยังมีสถาบันร่วมลงทุนจากภาคเอกชนด้วย
เห็นได้ชัดว่าสถาบันร่วมลงทุนยังไม่เหมาะกับราชวงศ์ต้าซ่งในยามนี้ จึงยังไม่จำเป็นต้องพิจารณา
