มีคนเสนอชื่ออ๋องคังเร็วถึงเพียงนี้ จ้าวหนิงไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ดูท่าเหล่าผู้ช่วงชิงผลประโยชน์ในสนามอำนาจจะไม่ต่างจากฉลามในทะเล เพียงได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ก็พากันกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
อันที่จริง จ้าวหนิงเคยคิดเรื่องแต่งตั้งจ้าวโก้วให้ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์ใหญ่แห่งจวนผู้พิทักษ์อันหนานมาก่อน
การปรับเปลี่ยนระบบการปกครองของต้าซ่งก็เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่จ้าวหนิงขบคิดอยู่ตลอดช่วงนี้
ยามนั้น หวังหวยจี๋กล่าวขึ้นอีกครั้งจากหน้าประตูว่า “ฝ่าบาท จอหงวนการสอบคัดเลือกขุนนางประจำปีนี้ จางจิ่วเฉิง มารอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกตำหนักต้าชิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงปิดหนังสือแล้วกล่าวว่า “เราไปเดี๋ยวนี้”
เมื่อจ้าวหนิงมาถึงตำหนักต้าชิ่ง ก็รับสั่งให้จางจิ่วเฉิงเข้ามาในตำหนัก
“บัณฑิตจางจิ่วเฉิงถวายคำนับฝ่าบาท ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี”
“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
จางจิ่วเฉิงมาที่นี่ ย่อมมีเหตุผล
เขาเป็นจอหงวนการสอบคัดเลือกขุนนางประจำปีนี้ และในเวลานี้ก็เป็นบุคคลผู้โดดเด่นที่สุดในเมืองตงจิง
ไม่รู้ว่ามีผู้ใหญ่กี่คนต้องการดึงตัวเขาไปเข้าพวก
ทว่าเขายังไม่พอใจเพียงเท่านั้น จึงเสนอขอเข้าสอบเทียบพิเศษ
การสอบเทียบพิเศษที่กล่าวถึงนี้คือการสอบระดับสูงและการสอบเฉพาะทาง เป็นการสอบเพื่อคัดเลือกผู้มีความสามารถพิเศษในสมัยโบราณ
ในสมัยซ่งเหนือ การสอบหกเรียงความที่หอคัมภีร์ลับเป็นด่านสำคัญของการสอบเทียบพิเศษ อีกทั้งยังเป็นด่านที่ยากที่สุด เมื่อผ่านแล้วจึงจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้และเข้าสอบต่อหน้าพระพักตร์
ขอบเขตข้อสอบทั้งหกเรียงความ ณ หอคัมภีร์ลับนั้นกว้างขวางยิ่ง ครอบคลุมคัมภีร์เก้าเล่ม คัมภีร์ประกอบ ประวัติศาสตร์หลัก ตลอดจนตำราพิชัยสงครามทั้งเจ็ด
ตำราพิชัยสงครามทั้งเจ็ดของต้าซ่ง ได้แก่ “ตำราพิชัยสงครามของซุนจื่อ” “ตำราพิชัยสงครามของอู๋จื่อ” “หกกลยุทธ์” “ตำราซือหม่า” “สามกลยุทธ์” “ตำราเว่ยเลี่ยวจื่อ” และ “บทถามตอบของหลี่เว่ยกง” รวมเจ็ดเล่ม
