ยามเผชิญหน้ากับทัพซ่ง กองทัพจินแต่เดิมเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทว่าคาดไม่ถึงว่าผู้มาเยือนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
มีคนสามคนคิดเข้าประชิดรุมโจมตีเยว่เฟย
แต่ความเร็วของเยว่เฟยเหนือกว่าอีกฝ่ายมิใช่เพียงเล็กน้อย ก่อนทั้งสามจะทันลงมือ กระบองคู่ในมือเขาก็ราวกับมีดวงตา
กระบองในมือซ้ายฟาดออกไปอย่างแรง กระแทกเข้าที่หัวไหล่ของทหารจินทางซ้าย
กระบองของเยว่เฟยฟาดลงมาครานี้ แม้แต่วัวตัวหนึ่งยังยากจะทานทน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคน อีกทั้งทหารจินผู้นั้นยังมิได้สวมเกราะ
เขาล้มลงกลางหิมะ ไถลไปช่วงหนึ่งก่อนชนเข้ากับเท้าของพวกเดียวกัน
กระดูกหัวไหล่ถูกทุบจนแตกยุบลงไป ทว่าไม่ได้สิ้นใจในทันที ยังคงกระตุกอยู่บนพื้นหิมะ
ท่วงท่าของเยว่เฟยเรียบง่ายยิ่ง ไม่มีส่วนเกินแม้แต่น้อย กระบองในมือขวาฟาดออกไปพร้อมกัน กระแทกลงบนศีรษะทหารจินทางขวา
ได้ยินเพียงเสียงกร๊อบ ศีรษะแตก เลือดและสมองไหลซึมออกมาจากหมวก สิ้นใจคาที่
ทหารจินคนที่สามเพิ่งขยับเข้ามา ก็ถูกหวังกุ้ยแทงตายด้วยทวน
ทหารซ่งด้านหลังกรูกันเข้ามา อาศัยแรงพุ่งทะยานของทหารม้าฉีกแนวป้องกันของทหารจินกลุ่มนี้อย่างรวดเร็ว
ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ทหารจินกลุ่มนี้มิใช่ทหารชั้นยอด กระทั่งจะนับว่าเป็นกองกำลังสำคัญก็ยังไม่ได้ พวกเขาเป็นเพียงกองกำลังส่งกำลังบำรุงที่ออกเกณฑ์แรงงานราษฎรในละแวกนั้น
เมื่อถึงราชวงศ์ซ่ง อัตราทหารสวมเกราะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากแล้วก็จริง แต่ยังไม่ถึง 100% ทหารจินมีชื่อเสียงเรื่องเกราะเหล็ก ทว่าทหารส่งกำลังบำรุงเช่นนี้ย่อมไม่สวมเกราะ
ไม่นาน ทหารจินกลุ่มนี้ก็ถูกทหารซ่งตีแตกพ่าย
ศึกสงบลง
เยว่เฟยมิได้สั่งให้ไล่ตาม เพราะบริเวณนี้มีทหารจินอยู่มาก หากไม่ระวังอาจถูกข้าศึกพบเข้า
