หลี่ชิงจ้าวดื่มสุราในกาใบนั้นจนหมด ก่อนเชื้อเชิญจ้าวหนิงมาร่วมเล่นท่าม้า
“จ้าวกวนเหรินเล่นท่าม้าเป็นหรือไม่?”
จ้าวหนิงตอบว่า “ไม่ค่อยเป็น แต่ข้าเรียนได้”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าจ้าวกวนเหรินเล่นไม่เป็นแต่ก็อยากลอง จึงรีบเชื้อเชิญเขาเข้าร่วมทันที
จ้าวหนิงมีงานอดิเรกอยู่สองอย่าง คือดื่มสุรากับเล่นไพ่
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยในชาติก่อน อย่างเช่นยามเงินค่าครองชีพใกล้หมด เขาก็จะหาเพื่อนสองสามคนมาเล่นไพ่ด้วยกัน
พอเล่นเสร็จ เงินในมือก็เพิ่มขึ้น ถึงเวลากินก็กิน ดื่มก็ดื่ม
คนในวงการตั้งฉายาให้เขาว่า “เครื่องเก็บเกี่ยวต้นหอม”
ทุกครั้งที่คนเหล่านั้นเล่นไพ่กับเขาเสร็จ ต่างก็เสียใจจนแทบอยากตบอกตนเอง พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ชวนจ้าวหนิงเล่นไพ่อีกแล้ว
แต่พอผ่านไปสักพักก็กลับพูดอย่างหน้าด้านว่า “ไป! ไปเอาคืนจากจ้าวหนิงกัน!”
จ้าวหนิงเล่นเกมท่าม้าที่ชาวซ่งนิยมเล่นไม่เป็น ส่วนเจ้าของร่างเดิมอย่างจ้าวหวนก็เล่นไม่เก่งนักเช่นกัน
ทว่าหลังจากเรียนรู้เพียงรอบเดียว จ้าวหนิงก็เล่นเป็นทันที
หลี่ชิงจ้าวสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่า จ้าวกวนเหรินผู้นี้ไม่เพียงแต่งบทกวีเก่ง แต่ฝีมือเล่นท่าม้ายังยอดเยี่ยมอีกด้วย
เดิมทีคนอื่น ๆ ถูกหลี่ชิงจ้าวเก็บกวาดจนแทบขาดใจ พอเห็นจ้าวหนิงเข้าร่วม ก็คิดว่าเป็นมือใหม่ จึงหวังจะรังแกมือใหม่สักหน่อย
แต่เล่นไปเพียงไม่กี่ตา พวกเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
หลี่ชิงจ้าวเดิมทีก็เป็นดั่งพยัคฆ์ ไล่ขย้ำผู้คนไปทั่วอยู่แล้ว ส่วนจ้าวหนิงกลับเป็นดั่งหมาป่า พอเข้าร่วม วงพนันที่เดิมทีก็ดุเดือดอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความโหดร้ายขึ้นไปอีก
หลี่ชิงจ้าวยิ้มกล่าวว่า “จ้าวกวนเหรินช่างมีฝีมือ”
“ท่านก็เช่นกัน”
“จ้าวกวนเหรินร่ำเรียนมาจากผู้ใดหรือ?”
