ในประวัติศาสตร์ บทกวีที่หลี่ชิงจ้าวแต่งไว้ว่า “ยามมีชีวิตจงเป็นวีรบุรุษ ยามสิ้นชีพก็เป็นยอดผีผู้กล้า” แท้จริงแล้วเป็นการเย้ยหยันจ้าวหมิงเฉิงผู้เป็นสามี ซึ่งทิ้งชาวเมืองเจี้ยนคังและนางไว้เบื้องหลัง แล้วหลบหนีไปเพียงลำพัง
จางเหวินไฉเองก็คาดไม่ถึงว่า จ้าวกวนเหรินผู้นี้จะขับบทกวีอันไพเราะยิ่งเช่นนี้ออกมาโดยไม่ตั้งใจ
แม้แต่เฉียนจิ่นซูก็อ้าปากน้อย ๆ ด้วยความประหลาดใจ
ยามนั้น หลี่ชิงจ้าวเอ่ยว่า “จ้าวกวนเหริน หากคืนนี้ท่านขับบทกวีที่ทำให้ข้าชื่นชมได้ ข้าจะขอคารวะท่านด้วยสุราหนึ่งกา”
โจวซูเอ่ยว่า “บทกวีของจ้าวกวนเหรินบทนี้ชวนเศร้าหมองเกินไปสักหน่อย ไม่สมกับความองอาจของบุรุษ”
ทุกคนต่างพยักหน้า คล้ายเห็นพ้องกับคำพูดของโจวซู
ยามนี้ต้าซ่งกำลังทำศึกกับต่างแคว้น กวีไม่น้อยจึงแต่งบทกวีแนวห้าวหาญองอาจ
จ้าวหนิงไม่สนใจพวกเขา หันไปกล่าวกับเฉียนจิ่นซูว่า “ยกสุรามา!”
เฉียนจิ่นซูรีบส่งสุราหนึ่งกาให้จ้าวหนิง เขายกดื่มอึก ๆ ครั้นดื่มหมดก็กล่าวเสียงดังว่า
“แม่น้ำหวงเหอไหลมาจากฟ้าเก้าชั้น ผีและคนต่างชะโงกมองด่านใหญ่”
“ลมยาวเกรี้ยวกราดม้วนคลื่นสูง สาดกระเซ็นจนแสงตะวันเย็นเยียบ”
