ทวนยาวคมกริบแทงทะลุตาซ้ายของทหารม้าฮุยกู่ พุ่งออกจากท้ายทอย พาเลือดข้นคลั่กสาดกระจายเป็นวงกว้าง ปะปนด้วยเศษสมองสีขาว
ยามชักทวนกลับอย่างรวดเร็ว ทหารม้าฮุยกู่ผู้นั้นก็ถูกกระชากตกจากหลังม้า กลิ้งไปบนทุ่งหญ้า ร่างกระตุกอย่างรุนแรงอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะถูกฝูงทหารม้าที่กรูกันเข้ามากลืนหายไป
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่ว
ทหารม้าฮุยกู่ที่แตกพ่ายหนีเอาชีวิตรอด ไม่ต่างจากลูกแกะรอถูกเชือด
พวกเขาสูญเสียความสามารถในการรวมกำลังเข้าจู่โจม พ่ายแพ้จนกลายเป็นฝูงชนไร้ระเบียบที่กระจัดกระจายไปทั่ว
ทหารม้าซ่งกวาดล้างทหารม้าฮุยกู่ที่กระจัดกระจายจนแตกเป็นเสี่ยง ด้วยกำลังอันมิอาจต้านทาน
เมื่อ 400 ปีก่อน แผ่นดินจงโจวตกอยู่ในความโกลาหล ทิเบตเข้ายึดฉางอาน ถังไต้จงจำต้องขอยืมกำลังทหารจากฮุยกู่
ชาวฮุยกู่สยบทิเบตได้ ทว่ากลับเข่นฆ่าและปล้นชิงอย่างบ้าคลั่งในลั่วหยาง เมืองลั่วหยางที่ต้าถังสั่งสมกำลังสร้างมานับร้อยปีกลับพินาศลงในพริบตา ราษฎรนับไม่ถ้วนถูกสังหารหมู่
องครักษ์ขององค์รัชทายาทหลี่ซื่อถูกชาวฮุยกู่เฆี่ยนจนตายต่อหน้าผู้คน ส่วนหลี่ซื่อทำได้เพียงกล้ำกลืนความแค้น
นับแต่นั้นมา คมทวนของราชสำนักก็ไม่อาจสยบชนเผ่าป่าเถื่อนได้อีก กลับยิ่งทำให้พวกเขากำเริบเสิบสาน
ลมหนาวจากแดนตะวันตกเฉียงเหนือพัดผ่านมานานหลายร้อยปีแล้ว
และในวันนี้ กีบเหล็กของราชสำนักได้เหยียบย่ำความทะเยอทะยานของชนเผ่าป่าเถื่อนให้แหลกสลายอีกครั้ง
ทหารม้าฮุยกู่หนีตายอย่างบ้าคลั่ง ส่วนทหารซ่งก็ไล่สังหารอย่างบ้าคลั่ง
สิ่งที่ทำให้ทหารม้าฮุยกู่สิ้นหวัง คือแม้พวกเขาจะหนีไปถึงบริเวณใกล้กับกองทหารราบหลักแล้ว ทหารม้าซ่งก็ยังคงไล่ตามไม่ลดละ
