ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หากคิดจะเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยความผันแปร ย่อมพึ่งพาโชคอยู่ร่ำไปไม่ได้
โชคพึ่งพาไม่ได้ สิ่งที่พึ่งพาได้คือความสามารถของตนเอง
เช่นเดียวกับชาวฮุยกู่ที่โชคดี ได้พบกับกองทัพซ่งที่อ่อนแอที่สุดกองหนึ่ง
ทว่าพวกเขาไม่มีทางพบแต่กองทัพซ่งที่อ่อนแอที่สุดไปตลอด
เช่นเดียวกับกองทัพซ่งที่พ่ายแพ้ ณ จางเย่ เพราะจัดกองกำลังผสมและยังขาดประสบการณ์การรบ แต่หากกองหนุนที่ตามมาสมทบได้ทัน สถานการณ์ก็อาจพลิกกลับได้
ความสามารถต่างหากคือทุกสิ่ง ไม่ใช่โชค
กองทัพซ่งยกหน้าไม้ขึ้น ลูกธนูหน้าไม้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว คนทั้งห้าซึ่งชาวฮุยกู่ส่งมาเจรจาถูกยิงตายคาที่สามคน ส่วนอีกสองคนหันม้าหนีควบเตลิดไป
ไจ่ข่ายเอ่อร์เห็นเช่นนั้นก็เดือดดาล ตวาดลั่นว่า “ข้าจะบดขยี้กองทัพซ่งกองนี้ให้แหลกเป็นผุยผง!”
เขาชักดาบออกมา พลางสั่งว่า “ปีกซ้ายและขวา อย่างละสามพันนาย ออกโจมตี!”
เสียงโห่ร้องเข่นฆ่าดังกึกก้อง ทหารม้าชาวฮุยกู่หวนกลับเข้าโจมตีกองทัพซ่งอีกครั้ง
โจวหมิงกล่าวว่า “ท่านหลิวจ่งก่วน ชาวฮุยกู่บุกมาแล้ว”
“ข้าเห็นแล้ว” หลิวรุ่ยตอบอย่างสงบนิ่ง
“ครานี้พวกเราจะไม่ออกโจมตีหรือขอรับ?”
“ไม่ต้องออกโจมตี ใช้ทหารราบรับมือทหารม้าของพวกเขาก่อน ดูว่าชาวฮุยกู่เหล่านี้ยังมีลูกไม้อะไรอีกหรือไม่”
“ลูกไม้ของชาวฮุยกู่คือสิ่งใดหรือขอรับ?”
“ก่อนหน้านี้ที่สู้กับชาวฮุยกู่ ส่วนใหญ่เป็นทหารม้ายิงธนู แต่ทหารม้าของชาวฮุยกู่ใช่ว่าจะเป็นทหารม้ายิงธนูทั้งหมด” หลิวรุ่ยกล่าว “อ่าน ‘ตรรกศาสตร์’ ของฝ่าบาทแล้วหรือยัง? การเห็นม้าดำแล้วสรุปว่าม้าทั้งโลกเป็นม้าดำ เป็นความคิดที่ผิด!”
