กล่าวถึงศึกใหญ่ฉางอาน กองทัพฝ่ายตะวันตกเสียชีวิตสูงถึงหลายแสน ข่าวแพร่ไปถึงเมืองหลวง ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายอยู่แล้ว
ยังประจวบกับอูจู๋ยกทัพมาประชิดเปี้ยนจิง ชาวจินเริ่มการรุกรานซ่งครั้งที่สาม กองทหารม้าเหล็กและทหารเกราะหนักหวนกลับมาอีกครั้ง ราวกับจะบดขยี้ความหวังเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ของต้าซ่งให้แหลกสลาย
หากมิใช่เพราะจ้าวกวนเจียประทับบัญชาการอยู่ที่ตงจิง ทั้งเมืองคงวุ่นวายไม่ต่างจากสองครั้งก่อน
นับแต่จ้าวกวนเจียเสด็จนำทัพออกศึก ข้ามแม่น้ำหวงเหอไป ข่าวลือก็แพร่สะพัดขึ้นอีกระลอก เปิดทางให้จ้าวจี๋หวนคืนสู่บัลลังก์
ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนปลุกปั่นข่าวลือนั้น แต่กลับตรงกับความคิดของขุนนางเก่าและชนชั้นสูงกลุ่มหนึ่งในตงจิงพอดี
จ้าวจี๋จึงออกจากตำหนักเหยียนฝูในสถานการณ์เช่นนี้ กลับสู่ตำหนักเหวินเต๋อและขึ้นครองราชย์อีกครั้ง
เขาปลดจ้าวติ่ง ขับหลี่กวงออกจากตำแหน่ง เกาชิวหลบอยู่ในบ้านแสร้งป่วย ส่วนจ้าวโก้วก็รีบหดหัวอยู่แต่ในบ้าน
ได้ยินว่าแม้แต่ฉินฮุ่ยก็ส่งตราประจำตำแหน่งคืนแล้ว
หวังจงหวังยิ่งเกือบถูกลากออกไปแขวนเป็นโคมประดับถนน
การเปลี่ยนแปลงฉับพลันทำให้คนส่วนใหญ่ตั้งตัวไม่ทัน
ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันในทันที
นับแต่ทหารส่งข่าวเข้าประตูเมืองตงจิง ข่าวชัยชนะใหญ่ที่ซ่างตั่งก็แผ่ไปตามรายทาง ประหนึ่งสายลมวสันต์หลังผ่านเหมันต์อันยาวนาน
“ชัยชนะใหญ่ที่ซ่างตั่ง! ทหารองครักษ์เอาชนะข้าศึกจิน ตัดศีรษะได้ห้าหมื่น จับโจรได้สามหมื่น!” ทหารส่งข่าวควบม้าอย่างรวดเร็วไปยังพระราชวัง ตลอดทางเขาตะโกนจนเสียงแหบแห้ง
ทุกแห่งที่ผ่านล้วนดึงดูดสายตาผู้คนนับไม่ถ้วน
“เขาพูดว่าอะไร!”
“เขาบอกว่าทหารองครักษ์ตัดศีรษะได้ห้าหมื่น!”
“เขาบอกว่ากองทัพหลวงได้รับชัยชนะ!”
“เขาบอกว่าพวกเราชนะแล้ว!”
“……”
ทหารส่งข่าวผู้นั้นวิ่งทะยานไปด้วยความตื่นเต้น ผู้คนทั้งถนนต่างหลีกทางให้โดยพร้อมเพรียง
