วันที่ 26 เดือน 2 ปีจิ้งคังที่ 3 วันถัดจากศึกซ่างตั่ง หรือก็คือวันเดียวกับที่จ้าวจี๋เพิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้าไปในตำหนักเหวินเต๋ออีกครั้ง
เส้นทางจิงตงตะวันตก เมืองสวีโจว
ว่านเหยียนจงฝู่ซึ่งอยู่ที่สวีโจว เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ไม่น้อย เดิมทีตั้งใจจะออกเดินทางลงใต้ต่อเพื่อโจมตีหวยหยาง แล้วรุกไปจนถึงหยางโจว ทว่าเมื่อได้รับข่าวของว่านเหยียนเกา เขาก็เปลี่ยนใจ
เช้าวันนั้น หลิวอวี้กำลังเตรียมไปพบหลิวเยี่ยนจง จู่ ๆ ก็มีคนมารายงานว่า “ใต้เท้า มีคนอ้างตนว่าเป็นข่งเยี่ยนโจว ข้าหลวงควบคุมทหารแห่งเหอเป่ยตะวันออก มาขอพบท่านขอรับ”
“ข่งเยี่ยนโจวหรือ?” หลิวอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ให้เขาเข้ามา”
เมื่อข่งเยี่ยนโจวเดินเข้ามา ใบหน้าก็เปื้อนรอยยิ้ม “ข้าน้อยข่งเยี่ยนโจว คารวะใต้เท้าหลิว!”
หลิวอวี้เหลือบมองเขา ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนกล่าวว่า “ข้ามิใช่เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาคดีแห่งราชวงศ์ซ่งอีกแล้ว”
“ใช่แล้ว ๆ ได้ยินว่าใต้เท้าหลิวได้ตำแหน่งใหญ่โตในแคว้นจิน ข้าน้อยไร้ความสามารถ จึงมาขอพึ่งพิงใต้เท้า”
“ข้าเคยได้ยินชื่อเจ้ามาบ้าง มิใช่ข้าหลวงควบคุมทหารอยู่ที่เส้นทางจิงตงตะวันตกหรือ เหตุใดจึงไปอยู่เหอเป่ยตะวันออกเล่า?”
ข่งเยี่ยนโจวถอนหายใจ นึกถึงเรื่องฝู่เฉิงขึ้นมาแล้วก็ยังอดหวาดหวั่นมิได้ “ใต้เท้า ข้าน้อยถูกบีบบังคับ เมื่อสิ้นปีก่อน หลี่กังผู้นั้นโยกย้ายข้าไปยังฝู่เฉิงในกองทัพหย่งจิ้งแห่งเหอเป่ย”
หลิวอวี้พลันหัวเราะเสียงดัง “เพราะฉะนั้นเจ้าจึงหนีมาสินะ?”
ข่งเยี่ยนโจวหดคอ พึมพำว่า “ท่านก็ทราบดี ชาวจินยกทัพลงใต้ พวกเราจะต้านทานไหวได้อย่างไร หลี่กังผู้นั้นเพ้อฝันไร้สาระ”
กล่าวจบ เขาก็รีบเสริมว่า “ราชวงศ์ต้าซ่งใกล้ล่มสลายแล้ว กองทัพหย่งจิ้งเสียพื้นที่ให้ศัตรู ชาวจินรุกผ่านเหอเป่ยไปได้โดยไร้ผู้ต้านทาน หลี่กังเป็นเพียงผู้ดื้อรั้นต้านทานจนถึงที่สุด ข้าน้อยแม้ไร้ความสามารถ แต่ยังมีกำลังพลที่สู้รบได้อยู่บ้าง จึงตั้งใจมาสวามิภักดิ์ใต้เท้าหลิวด้วยความจริงใจ”
