ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเส้าผู่คำนวณงบประมาณโดยรวม เขายังเล่นลูกไม้เล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
ค่าระดมแรงงานราษฎรสร้างป้อมค่าย 1 ล้านก้วน ต้องระดมแรงงานมากมายเพียงใด คนเหล่านี้ปกติทำนาอยู่ หากต้องมาซ่อมสร้างป้อม จะต้องจ่ายเงินให้เท่าไร?
เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้แรงงานเกณฑ์โดยไม่จ่ายค่าตอบแทนทั้งหมด อีกทั้งยังต้องจัดหาอาหารให้พวกเขา นั่นหมายความว่าต้องใช้เสบียงมากขึ้น
บริเวณตั้งแต่สุยเต๋อไปจนถึงเมืองอิ๋นโจว มิใช่สร้างป้อมค่ายเพียงหนึ่งหรือสองแห่งแล้วจะเสร็จสิ้น
ครั้งนั้นเมื่อตีเส้นทางซีเหอได้ ก็สร้างป้อมค่ายในเส้นทางซีเหอเพื่อผูกใจราษฎรชายแดน แต่ละปีต้องใช้เงินถึง 4 ล้านก้วน และเป็นเงินที่ต้องใช้มากมายเช่นนี้ทุกปี
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยังมีจำนวนไม่น้อยที่อาจถูกยักยอกไป
ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อทุกคนเลิกทำนาแล้วมาสร้างป้อม ผลผลิตธัญพืชย่อมลดลง ภาษีที่ราชสำนักจัดเก็บก็ลดตาม ราษฎรขาดแคลนเสบียง หากเกิดภัยพิบัติในท้องถิ่นขึ้นมา ราชสำนักก็ต้องใช้เงินบรรเทาทุกข์อีก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนมิใช่หรือ?
ท้ายที่สุด เงินปลอบขวัญ 1 ล้านก้วนเป็นตัวเลขที่ประเมินไว้อย่างระมัดระวังยิ่ง
เงินปลอบขวัญ 1 ล้านก้วนรองรับผู้คนกว่า 3 หมื่นคน
หากมีผู้เสียชีวิตถึง 1.5 แสนคนเล่า?
เช่นนั้นก็ต้องใช้เงินถึง 4.5 ล้านก้วน
หากรวมที่อื่นเข้าไปอีก งบประมาณโดยรวมมิใช่จะเกิน 10 ล้านก้วนหรือ?
สำหรับจ้าวหนิงที่กำลังอุดช่องโหว่ใหญ่โตด้านการทหารและการปกครองในภาคตะวันตกเฉียงเหนืออยู่แล้ว เรื่องนี้ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลง ความเสี่ยงสูงยิ่ง หากจัดการพลาด ทุกอย่างก็อาจพังครืน
เพราะฉะนั้น หลายครั้งหลายเรื่องมิใช่เอ่ยปากแล้วจะทำสำเร็จได้ทันที
จ้าวหนิงตรัสว่า “ท่านซูเย่กล่าวได้มีเหตุผล หลิวฉีตีเมืองอิ๋นโจวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมืองอิ๋นโจวจะมั่นคงปลอดภัยไร้กังวล และยิ่งไม่ได้หมายความว่าต้าซ่งจะทุ่มกำลังทั้งหมดช่วงชิงเหิงซานได้”
