“เบิกเงินหนึ่งล้านก้วนไปแล้ว เพียงพอให้เขาจ่ายเงินเดือนทั้งหมดของปีนี้ ส่วนเงินปลอบขวัญและรางวัล ให้สำนักกิจการทหารและการปกครองเป็นผู้จ่ายแบบรวมศูนย์”
“ดี ความเร็วในการอพยพผู้คนต้องตามให้ทัน พอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ชาวจินย่อมเคลื่อนไหวเป็นแน่ ส่วนซีเซี่ยก็คงไม่อยู่เฉยเช่นกัน”
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว” ลวี่อี้ห้าวกล่าว “บัดนี้อู๋เจี้ยกลับจากด่านเยี่ยนเหมินถึงฝู่โจวแล้ว ป้อมค่ายสิบแห่งทางตะวันตกของฝู่โจวที่ทอดเข้าสู่เหิงซานสร้างเสร็จแล้ว ระยะทางจากจุดที่ใกล้ที่สุดไปยังต้นน้ำแม่น้ำอู๋ติ้งมีเพียง 100 ลี้”
จ้าวหนิงนิ่งคิด
ลวี่อี้ห้าวอดกล่าวขึ้นไม่ได้ว่า “ฝ่าบาท โอกาสทำลายซีเซี่ยสุกงอมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“รอดูผลงานของอวี๋ยุ่นเหวินที่อินซานในปีหน้าเสียก่อน กองทัพจินสามารถใช้เส้นทางอินซานไปช่วยซีเซี่ยได้” จ้าวหนิงมองลวี่อี้ห้าวพลางกล่าวขึ้นกะทันหัน “เราไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ในยามทำลายซีเซี่ย”
เช้าตรู่วันที่ 21 เดือนสิบเอ็ด จ้าวกวนเจียนั่งกินบะหมี่อยู่ใกล้ถนนทงอวี้ โดยมีเฉียนอวี้ชิงกับหวังจงหวังร่วมทางมาด้วย
บริเวณใกล้เคียงคือสำนักกั๋วจื่อเจี้ยนเดิม ซึ่งบัดนี้กลายเป็นมหาวิทยาลัยตงจิง มีนักศึกษาสัญจรไปมามากมาย เสียงพูดคุยพลอยคึกคักไปทั่ว
ใต้ต้นอู๋ถงหลายต้นที่ใบไม้ร่วงหมดแล้วไม่ไกลนัก มีกลุ่มคนหนุ่มสาวจับกลุ่มกัน พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและความกระตือรือร้น
จ้าวหนิงหันไปมอง ก่อนถามว่า “ร้านใดกัน เปิดแต่เช้าก็ค้าขายคึกคักถึงเพียงนี้?”
เฉียนอวี้ชิงกล่าวว่า “ร้านนั้นเรียกว่าร้านหนังสืออี้ฟาน เป็นร้านหนังสือที่จัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับแคว้นต่างแดนทั้งสี่ทิศโดยเฉพาะ เจ้าของร้านกระหม่อมรู้จัก เป็นพ่อค้าจากหางโจวชื่อเผยเสวียน ช่วงไม่กี่ปีมานี้ราชสำนักเพิ่มการค้าทางทะเลใต้ มหาวิทยาลัยตงจิงก็นำหนังสือภูมิศาสตร์เข้ามาไม่น้อย เผยเสวียนเห็นช่องทางทำเงิน จึงเดินทางจากหางโจวมาค้าขายที่ตงจิงโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ”
