มองได้ว่าเรื่องราวทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่มีความน่าจะเป็น
การทำศึกก็เช่นกัน การวางแผนยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างรัดกุมก็เพื่อเพิ่มโอกาสแห่งชัยชนะ
ทว่ามนุษย์ไม่อาจคำนวณเหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นในธรรมชาติได้อย่างครบถ้วน
การถกกลศึกบนหน้ากระดาษของเหล่าบัณฑิตนั้น เป็นเพียงความพยายามสร้างเหตุการณ์ตามที่ตนออกแบบขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ตัวแทนชั้นเลิศในด้านนี้ก็คือซ่งไท่จงแห่งราชวงศ์ต้าซ่ง
อีกทั้งชาวซ่งยังเคยยกทัพบุกซีเซี่ยโดยไม่ไตร่ตรอง จนพ่ายแพ้ยับเยินมาแล้ว โดยแม่ทัพใหญ่ในครั้งนั้นก็คือหานฉี ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ
หานฉีสอบได้จิ้นซื่อ เคยดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนานสิบปี มีชื่อเสียงในฐานะ “ขุนนางผู้ค้ำจุนแผ่นดิน” และ “แม้ภูเขาไท่ซานถล่มลงตรงหน้า สีหน้าก็ไม่แปรเปลี่ยน”
ในศตวรรษที่ 21 คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหวาได้ก็นับเป็นอัจฉริยะแล้ว หากเทียบกับหานฉี เขาสามารถเอาชนะอัจฉริยะจากชิงหวาส่วนใหญ่ได้อย่างขาดลอย จัดเป็นยอดอัจฉริยะเพียงหยิบมือในหมู่เหล่าอัจฉริยะ
แม้แต่เขาก็ยังถูกกองม้าของหลี่หยวนฮ่าวจู่โจม เพราะรุกคืบโดยไม่ไตร่ตรอง จนกองทัพพินาศย่อยยับ เลือดนองแม่น้ำอู๋ติ้ง
จ้าวหนิงมิใช่คนชอบทำตัวฉลาดเกินเหตุ
ข้อมูลที่แต่ละคนมีอยู่ย่อมจำกัด การตัดสินใจที่ทำได้จึงไม่แน่ว่าจะถูกต้องเสมอไป
แต่มีเรื่องหนึ่งที่จ้าวหนิงมั่นใจ หลี่ฉาเกอขาดเวลามากที่สุด ยามนี้หลี่ฉาเกอคงฝันอยากให้กองทัพซ่งแบ่งกำลังออกโจมตีหลายเส้นทาง ยิ่งบุกลึกเข้าไปถึงซิงโจวได้ยิ่งดี เขาจะได้ใช้กองม้าชั้นยอดเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็ว แล้วตีแตกทีละกอง
