“เจ้าหมายความว่า ผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยผลักดันให้ต่อต้านศึกทางตะวันตกเฉียงใต้ในราชสำนักยามนี้คือฉินฮุ่ยหรือ?”
“กระหม่อมมิได้กล่าวเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่คนเหล่านี้สนิทสนมไปมาหาสู่กับฉินฮุ่ยจริง”
“แล้วเจ้าตัดสินได้อย่างไร?”
เกาชิวหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ “ขุนนางส่วนใหญ่ในเมืองหลวงนี้ จะมีผู้ใดหลุดรอดสายตาของสำนักองครักษ์หลวงไปได้พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวกวนเจียใช้ฎีกาเคาะหน้าผากเกาชิวเบา ๆ
เกาชิวรีบกุมศีรษะ “ขอฝ่าบาทโปรดอภัย กระหม่อมกล่าวผิดตรงไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ หากมีจริงก็ย่อมเป็นเพราะมิได้ตั้งใจ”
“ไม่ เจ้าทำได้ดีมาก”
จ้าวหนิงวางรายชื่อฉบับนี้ลง
เรื่องนี้เป็นฝีมือฉินฮุ่ยหรือไม่ ยังไม่มีข้อสรุปในยามนี้
เกาชิวเองก็มิใช่เครื่องจักร เขาย่อมมีผลประโยชน์ส่วนตน คำพูดของเขาจะเชื่อได้ทั้งหมดหรือ?
จ้าวหนิงลอบคิดในใจว่า หากเป็นฉินฮุ่ยจริง เช่นนั้นตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายตกเป็นของลวี่อี้ห้าว เขาคงไม่พอใจ จึงคิดก่อเรื่องขึ้นมาแล้ว!
อีกทั้งยามนี้ฉินฮุ่ยอยู่เจียงตงพอดี มีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ย่อมล้างข้อสงสัยได้หมดจด
หากมิใช่ฉินฮุ่ย หรือเกาชิวตัดสินผิด คนผู้นั้นก็มีโอกาสเป็นไช่เม่าอย่างยิ่ง
เจ้าหมอนั่นคัดค้านการทำศึกกับต้าหลี่มาโดยตลอด ในฐานะขุนนางผู้บริหารราชการ เขาคิดฉวยโอกาสนี้โค่นอัครมหาเสนาบดี แล้วขึ้นแทนตำแหน่งเสียเองหรือไม่?
อย่างไรเสีย การที่ลวี่อี้ห้าวขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็ทำให้ผู้คนมากมายสัมผัสได้อย่างแท้จริงว่า การเปลี่ยนอัครมหาเสนาบดีย่อมส่งแรงสะเทือนเพียงใด
